2 คนร้ายบุกชิงร้านทองในห้างฯ จ.เชียงราย ยิงปืนขู่ 1 นัด ก่อนกวาดทอง 5 ถาด ซิ่งจักรยานยนต์หลบหนี คาดข้ามเรือหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน


เมื่อเวลาประมาณ 16.15 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างแห่งหนึ่ง สาขาเชียงของ จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบ

จากข้อมูลเบื้องต้นของพนักงานในที่เกิดเหตุ ระบุว่า คนร้ายเป็นชาย 2 คน เดินทางมาด้วยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ทะเบียน 2 กฐ 1084 เชียงราย ก่อนลงมือก่อเหตุ โดยหนึ่งในคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 1 นัด เพื่อข่มขู่และสร้างความแตกตื่นให้กับผู้ที่อยู่ภายในห้าง จากนั้นทั้งสองได้บุกเข้าไปภายในร้านทองอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานในการกวาดทองรูปพรรณใส่ถาด ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่

เบื้องต้นมีรายงานว่า คนร้ายสามารถนำทองรูปพรรณหลบหนีไปได้ประมาณ 5 ถาด อย่างไรก็ตาม จำนวนและมูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ขณะเกิดเหตุ ภายในร้านมีพนักงานประจำเคาน์เตอร์ 1 คน พนักงานยืนบริเวณหน้าร้าน 1 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างอีก 1 คน โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

หลังลงมือก่อเหตุ คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ทะเบียน 2 กฐ 1084 เชียงราย ซึ่งเป็นรถเช่าที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุ หลบหนีออกจากห้างทันที ผู้ขับขี่สวมเสื้อแขนยาวมีฮู้ดสีแดง ส่วนผู้ซ้อนท้ายสวมเสื้อแขนยาวมีฮู้ดสีดำ โดยเจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางหลบหนี พบรถจักรยานยนต์ถูกนำไปจอดทิ้งไว้บริเวณท่าเทียบเรือปลาบู่ทอง ริมแม่น้ำโขง ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะใช้เรือข้ามแม่น้ำโขงหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ฝั่ง สปป.ลาว รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดน เพื่อเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมตรวจสอบเส้นทางหลบหนีอย่างละเอียด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบร้านรถเช่าที่คนร้ายนำรถมาใช้ก่อเหตุ พบว่าเบื้องต้นทางร้านไม่ได้เก็บเอกสารผู้เช่ารถ และไม่มีกล้องวงจรปิดภายในร้าน ทำให้การติดตามตัวผู้เช่าทำได้ยาก โดยตำรวจได้เชิญเจ้าของร้านรถเช่ามาให้ข้อมูลและชี้ตัวบุคคลที่คาดว่าจะเป็นผู้เช่ารถ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะตรงกับข้อมูลดังกล่าว หรือมีเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อคดี สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกชิงและเหตุการณ์ทั้งหมด จะมีการแถลงเพิ่มเติมหลังการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ.