“ไอ้ป๋อง” หัวโจก นำ 3 ลูกไล่แก๊งทมิฬ บุกปล้นบ้าน ฆ่ายกครัว จ่อยิงทีละคน ก่อนโยนร่างฝังดินในหลุมเดียวกัน ล่าสุดจับได้ครบทีม ตร. ชี้เจอข้อหาหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ตำรวจตรวจสอบ ฆ่าฝังดินสองพี่น้องชาวรัสเซีย ต่อมาเวลา 23.10 น. วานนี้ (31 ก.ค. 69) พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภาค 2 ได้นำทีมเดินลงจากเนินเขามาบฟักทอง รอดใต้ถนนทางหลวงหมายเลข 7 ( มอเตอร์เวย์ ) ไปอีกฝั่งถนน แล้วเดินต่อเข้าไปในป่ามะพร้าว ซึ่งตรงจุดนี้ห่างจาก จุดฝังร่างสองพี่น้องชาวรัสเซีย ราวประมาณ 300-400 เมตร (อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน) โดยจุดดังกล่าว นายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง อายุ 43 ปี และ นายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล อายุ 39 ปี ให้การยอมรับว่าเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ได้ก่อเหตุสังหาร พ่อ แม่ และ ลูกสาว รวม 3 คน แล้วนำมาฝังดินอยู่ที่บริเวณดังกล่าว
ในระหว่างที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปชี้จุดฝังร่างเหยื่อครอบครัวดังกล่าว ปรากฏ นายธง ซึ่งเป็นคนรับหน้าทำหน้าที่ขุดดินในวันนั้น เกิดจำไม่ได้ โดยอ้างว่า ฝังไว้นานแล้ว แต่จำได้เพียงแนวต้นมะพร้าว ซึ่งจุดดังกล่าวมีต้นมะพร้าวเรียงกันอยู่ 4 ต้น โดยเจ้าหน้าที่ขุดบริเวณต้นมะพร้าวต้นแรก แต่กลับไม่พบ แต่พอขยับไปแนวต้นมะพร้าว ต้นที่ 2 พอขุดลงไปเพียง 1 เมตร ก็พบร่างผู้เสียชีวิต อยู่ในสภาพเริ่มเน่าเปื่อย เหลือเพียงเนื้อหุ้มกระดูก จากนั้นขุดลึกลงไปประมาณ 1.5 เมตร จึงพบผู้เสียชีวิตนอนทับกันอยู่ 3 ศพ ในหลุมเดียวกัน โดยทั้ง 3 ศพ เป็นพ่อแม่ลูกกัน ซึ่งได้หายตัวไปอย่างลึกลับ จากบ้านพักใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยญาติไปแจ้งความหายออกจากบ้านไว้ที่ สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
โดยศพแรก เป็นร่างของ นางสาวนิชาภา วงษา อายุ 18 ปี ถัดไป เป็นร่างของนายวิเชียร วงษา อายุ 53 ปี ผู้เป็นพ่อ สภาพมีกุญแจมือล็อกอยู่ที่มือทั้ง 2 ข้าง และร่างสุดท้ายอยู่ก้นหลุม คือ นางสาวฉันทนา ฉัตรอินทร์ อายุ 50 ปี สภาพมีเชือกผูกข้อมือทั้งสองข้าง
ต่อมาตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี นำเครื่องตรวจสอบโลหะมาทำการสแกนร่างของผู้ตาย พบว่า ในร่างของ นางสาวนิชาภา มีตะกั่วลูกกระสุน ฝังอยู่ 2 นัด , นายวิเชียร มีตะกั่วลูกกระสุนฝังอยู่ 1 นัด และนางสาวฉันทนา มีตะกั่วลูกกระสุน ฝังอยู่ 1 นัด โดยสันนิษฐานว่า พ่อแม่ลูก ทั้ง 3 คน ถูกอาวุธปืนยิง ถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตามตำรวจต้องนำร่างส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป
ซึ่งระหว่างที่ทีมกู้ภัยกำลังนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากหลุม ปรากฏว่ามีญาติผู้เสียชีวิตที่มาร่วมสังเกตการณ์ ก็ถึงกับร้องไห้ เป็นลมล้มพับ ทีมกู้ภัยต้องรีบเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน
นางตุ๊กตา น้องสาวของ นางสาวฉันทนา เปิดใจทั้งน้ำตาว่า หลังจากพี่สาว พี่เขย และหลานสาว หายตัวไป ครอบครัวพยายามเชื่อว่าอาจออกไปทำธุระหรือไม่สามารถติดต่อได้ชั่วคราว แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันโดยไม่มีการติดต่อกลับ จึงเริ่มผิดสังเกต เพราะปกติพี่สาวจะโทรแจ้งครอบครัวทุกครั้งหากเดินทางไปไหน แต่พอเดินทางไปตรวจสอบที่บ้าน พบว่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และทรัพย์สินต่าง ๆ ยังอยู่ครบ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้น ครอบครัวจึงช่วยกันเดินค้นหารอบบ้านและบริเวณป่าหลังบ้าน แต่ไม่พบเบาะแส แต่ก็เริ่มมาเอะใจภายหลังเมื่อพบว่ารถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ได้หายไปหนึ่งคัน ยิ่งทำให้ตนเองรู้สึกแปลกใจ
ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือน ครอบครัวยังคงนำอาหารไปให้สุนัขที่บ้าน พร้อมโทรศัพท์หาพี่สาว หลาน และพี่เขยอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีผู้ใดรับสาย อีกทั้งยังเคยขอให้ตำรวจตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด จนกระทั่งทราบข่าวว่า คดีของสองพี่น้องชาวรัสเซีย ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 3 คน ถูกนำมาฝัง อยู่ใกล้ๆกัน จึงตัดสินใจเดินทางมาตรวจสอบ และสุดท้ายก็พบว่าเป็นครอบครัวของพี่สาวจริงๆ
นางตุ๊กตา ระบุว่า หากไม่มีการสืบสวนคดีสองพี่น้องชาวรัสเซีย ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาและขยายผลจนพบจุดฝังศพ ครอบครัวอาจไม่มีวันทราบชะตากรรมของพี่สาว หลาน และพี่เขย พร้อมยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวได้พยายามทุกวิถีทางในการติดตามตัวผู้สูญหาย ทั้งการแจ้งความ ประสานตำรวจ และติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
นอกจากนี้มีรายงานว่า ตำรวจสามารถติดตามผู้ก่อเหตุได้เพิ่มอีก 2 คน ซึ่งร่วมก่อเหตุ กับ นายป๋อง และ นายธง ในการฆ่ายกครัว รายนี้ ทราบชื่อคือ นายชัชนันท์ แป้นเอี่ยม หรือ ฟลุ้ค อายุ 24 ปี และ นายอัษฎางค์ ชูวงษ์ หรือ บอล อายุ 25 ปี โดยในวันเกิดเหตุนายป๋อง เป็นหัวโจก นำทีมลูกสมุน รวมทั้งหมด 4 คน เข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว โดยอ้างตัวเป็นตำรวจ เข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ซึ่งในขณะนั้น นายวิเชียร และนางสาวฉันทนา อยู่บ้านกันสองคน กลุ่มนายป๋อง ใช้กุญแจมือล็อกนายวิเชียร และใช้เชือกมัดมือ มัดเท้า นางสาวฉันทนา
ในจังหวะที่คนร้ายกำลังก่อเหตุ นางสาวนิชาภา เลิกงานจากร้านสะดวกซื้อ กลับเข้าบ้านมาพอดี จึงถูกล็อกตัวไว้ด้วย จากนั้นก็พามาที่บริเวณป่ามะพร้าวดังกล่าว แล้วให้นายธง ทำการขุดหลุม โดยนายธง ใช้เวลาขุดหลุมนานเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็ลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยนายป๋อง เป็นคนยิง นางสาวฉันทนา 1 นัด จากนั้นก็บังคับ ให้นายบอล ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ยิงนายวิเชียร 1 นัด และให้นายฟลุ้ค ยิงนางสาวนิชาภา 2 นัด ก่อนจะผลักร่างลงไปในหลุม และกลับไปใช้ชีวิตกันตามปกติ แถมยังย้อนกลับไปขโมยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ของผู้ตายไปขายด้วย
พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภาค 2 เปิดเผยว่า ในคดีนี้ คนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ โดยทำทีแสดงตัวเป็นตำรวจเข้าไปก่อเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ตายขึ้นรถกระบะของผู้ตายเอง แล้วพามาที่ป่ามะพร้าว ก่อนจะลงมือก่อเหตุ หลังก่อเหตุก็ขับรถกระบะกลับไปจอดที่บ้านของผู้ตายเหมือนเดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนสาเหตุการสังหารอยู่ในระหว่างการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ตายกับผู้ก่อเหตุไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
นอกจากนี้ยังอยากฝากถึงประชาชน หากมีบุคคลไปอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำในสิ่งไม่ดีให้รีบโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ ระหว่างที่นำตัวมาทำการชี้จุด ผู้ต้องหาก็ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดหรือรู้สึกสะทกสะท้านใดๆ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา ตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ซ่อนเร้นอำพรางศพ , แอบอ้าง หรือแสดงตน ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดว่า ตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ, ร่วมกันปล้นทรัพย์ ซึ่งแต่ละข้อหามีอัตราโทษค่อนข้างหนัก
สุดท้ายอยากขอบคุณทุกหน่วยงาน รวมถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ที่ร่วมมือร่วมใจกันคลี่คลายคดีนี้ จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมดสำเร็จ