ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี ตามรวบทันควัน หนุ่มทาสยาเสพติด ย่องขโมยเงินในตู้บริจาควัดอุดมคงคาคีรีเขต วงจรปิดจับภาพนาทีก่อเหตุ มีการฟ้อนรำ กระโดดโลดเต้น ก่อนลงมือ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ สภ.มัญจาคีรี พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.มัญจาคีรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายร่วมกันจับกุมนายวิระฉัตร เก่งกว่าสิงห์ อายุ 33 ปี ชาวบ้าน ม.6 ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ในข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ และข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.มัญจาคีรี เผยว่า ก่อนจับกุม นายวิระฉัตร เก่งกว่าสิงห์ อายุ 33 ปี สืบเนื่องจาก ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน สภ.มัญจาคีรี ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ คนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในวัดอุดมคงคาคีรีเขต อำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในวัดที่บันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้ เป็นชายรูปร่างผอม อายุประมาณ 30-35 ปี เข้าไปลักเอาเงินในตู้บริจาค และคนร้ายยังมีการรำแก้บนอีกด้วย จังหวะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รับแจ้งเหตุ มีชายเมาอาละวาดก่อความเดือดร้อนให้กับชุมชน ที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไประงับเหตุ ก็พบว่าคนที่อาละวาดจนชาวบ้านเดือดร้อนรำคาญ คือนายวิระฉัตร เก่งกว่าสิงห์ อายุ 33 ปี จึงควบคุมตัวไว้ และนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย

ผกก.สภ.มัญจาคีรี กล่าวอีกว่า ช่วงที่ควบคุมตัวนายวิระฉัตร ที่อาละวาดไปตรวจร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สังเกตว่า การแต่งกายคล้ายคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์เงินในตู้บริจาคที่วัดอุดมคงคาคีรีเขต ภายหลังตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว ก็พบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย ซึ่งนายวิระฉัตร ยอมรับว่า ตื่นเช้าขึ้นมาก็เสพยาบ้าไป 2 เม็ด จากนั้นเหมือนมีคนมาตามฆ่า จนอาละวาด เพราะป้องกันตัว กลัวถูกฆ่า จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไว้



กรณีการลักทรัพย์ในตู้บริจาคภายในวัดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดคลิปให้นายวิระฉัตรดู เมื่อเห็นคลิปนายวิระฉัตรก็รับสารภาพว่า คลิปคนร้ายที่ลักทรัพย์ในตู้บริจาคของวัดอุดมคงคาคีรีเขต คือตนเองจริงๆ ที่ทำลงไปเพราะไม่มีเงินใช้และอยากได้เงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ จึงเดินมาที่วัดกะว่าจะขอเงินจากพระและชาวบ้าน แต่ไม่เจอใคร จึงเดินไปที่ศาลาที่ตั้งพระพุทธรูป รำถวาย เสร็จแล้วก็เข้ากราบไหว้ สักการะบูชา อธิษฐานให้ตัวเองทำสำเร็จ จากนั้นก็หยิบเอาธูป 2 ดอก ใช้คีบเอาธนบัตรฉบับละ 50 บาท และ 20 บาท ออกจากตู้บริจาคมา เมื่อได้เงินแล้วก็หลบหนีไปซื้อยาบ้ามาเสพที่บ้าน หลังจากนั้นก็ถูกตำรวจจับกุมได้

หลังการสอบสวน และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงนำตัวไปชี้จุดก่อเหตุ จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย.