จับตาคำสั่งฟ้องอัยการญี่ปุ่น 31 ก.ค. 69 หญิงไทยวัย 28 ปี ปมคดีรับจ้างหิ้วกล่องสินค้าหนัก 12 กก. ยัดไส้ยาไอซ์ในซองกาแฟรวม 900 กรัม ระหว่างนี้ “ป.ป.ส.ไทย และญี่ปุ่น” ประสานข้อมูลคดีกันต่อเนื่อง ด้าน “โฆษก ป.ป.ส.” เผยอาจโยงขบวนการเครือข่ายชาวเวียดนาม ซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส.กล่าวถึงกรณี น.ส.จุฑาทิพย์ ทองน้อย อายุ 28 ปี ถูกทางการประเทศญี่ปุ่น จับกุมตัวหลังตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ ว่า

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ปป.1 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ยังคงเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ซึ่งอยู่ระหว่างแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดในทุกจุดที่เห็นว่ารถของไรเดอร์ชายได้ใช้เป็นเส้นทางขับขี่ทั้งก่อนและหลังส่งพัสดุให้กับหญิงไทยวัย 28 ปี

ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบหมายเลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น สีรถ เส้นทางที่ใช้ในการขับขี่จากต้นทางสู่ปลายทาง อย่างไรก็ดี ยังคงต้องขอสงวนข้อมูลในส่วนนี้ไว้ก่อน แต่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าในการขนส่งพัสดุครั้งนี้พบว่ามีไรเดอร์เพียงคนเดียว ไม่ได้มีผู้นั่งในห้องโดยสารมาด้วย แต่ตนยังไม่ขอยืนยันว่าไรเดอร์ดังกล่าว เป็นชายหรือหญิง เพราะเกรงว่าจะไหวตัวทัน และอาจหลบหนีไปก่อน อีกทั้งระหว่างนี้ เราได้มีการเปิดพื้นที่ให้ไรเดอร์ที่รู้ตัวว่าเป็นคนส่งพัสดุให้หญิงไทยรายดังกล่าว ได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ก็ยังไม่มีบุคคลใดเข้าแสดงตัว ยังคงนิ่งเงียบ จึงเป็นข้อสังเกตน่าพิรุธ ถ้าหากว่าเป็นแค่ไรเดอร์ที่รับจ้างขนส่งพัสดุจริง ก็จะต้องมีความหวั่นเกรงที่จะรีบมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าหากนิ่งเงียบไปเช่นนี้ก็มีสิทธิ์สูงที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการลำเลียงยาเสพติด

ซึ่งอย่างไรแล้วเมื่อมีการรวบรวมหลักฐานจนความประจักษ์ชัดเจน พนักงานสอบสวนตำรวจจะไปดำเนินการขอศาลออกหมายจับในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และร่วมกันส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ตามพยานหลักฐานและพฤติการณ์ทางคดี


ส่วนกรณีในวันที่ 31 ก.ค. จะเป็นวันที่พนักงานอัยการญี่ปุ่นนัดหมายหญิงไทยฟังคำสั่งคดี ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไอซ์ดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งระหว่างนี้ทาง ป.ป.ส. และทางการญี่ปุ่น ก็ได้มีการประสานข้อมูลรายละเอียดทางคดีอย่างต่อเนื่อง และนอกจากนี้ การขยายผลในส่วนของทางการไทย เราพบความเชื่อมโยงเบื้องต้นว่าไอซ์ล็อตนี้ อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการเครือข่ายชาวเวียดนาม ที่มีการซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน มีการจับกุมไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากชื่อบัญชีธนาคารที่โอนเงิน จำนวน 3,600 บาท มายังบัญชีธนาคารหญิงไทย ก็มีชื่อเป็นชาวเวียดนามเช่นกัน 


ขณะนี้จึงพบว่าพฤติการณ์และแผนประทุษกรรมในทั้งสองคดีอาจมีความเกี่ยวข้องกันบางส่วน แต่ยังต้องขยายผลเพื่อให้เห็นความชัดเจนครอบคลุมต่อไปว่า ตัวการที่แท้จริงที่นำยาเสพติดไอซ์ล็อตนี้เข้ามาในประเทศไทยคือคนกลุ่มใดบ้าง ก่อนกระจายส่งให้ผู้รับปลายทางที่เป็นคนกลาง มีต้นทางมาจากประเทศไหน เข้ามาอย่างไร ลำเลียงอย่างไร ในห้วงวันที่เท่าไร บรรจุพัสดุภัณฑ์มาอย่างไร ก่อนส่งให้ถึงมือผู้รับเพื่อให้นำพาไปยังประเทศปลายทางที่สาม

น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า สำหรับรูปลักษณะซองกาแฟของกลางในคดีที่พบว่าถูกยัดไส้ยาเสพติดไอซ์ โดยทางการญี่ปุ่นได้นำตัวอย่างส่งห้องแล็บตรวจพิสูจน์ ซึ่งเราได้รับข้อมูลมาแล้วว่าเป็นซองกาแฟยี่ห้อของประเทศไทย เป็นซองเรียว ถูกบรรจุอยู่ในกล่อง จำนวน 3 กล่อง น้ำหนักกล่องละ 300 กรัม ส่วนไอซ์ที่ถูกยัดไส้ในซองกาแฟ มีน้ำหนักทั้งสิ้น 900 กรัม (ซองละ 3-5 กรัม) 


โดยพบข้อเท็จจริงว่าซองกาแฟดังกล่าวมีการดัดแปลงและตัดแต่งเพื่อนำไอซ์ซ่อนไว้ด้านใน และซีลปิดซองมิดชิดเรียบร้อย ดังนั้น กรณีคนที่ยังแอบทำอาชีพรับหิ้วสินค้า-ฝากหิ้วไปต่างประเทศที่พร้อมจะรับความเสี่ยง เลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร จริง ๆ แล้ว ก็ควรที่จะเปิดดูและสำรวจบรรจุภัณฑ์โดยรอบให้เรียบร้อยก่อนว่าลักษณะของบรรจุภัณฑ์มีความผิดปกติจากการตัดแต่ง หรือมีร่องรอยผิดปกติของผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพราะคุณจะเห็นเลยว่าซองกาแฟมันสั้นลงจากรูปแบบเดิม