เจ้าหน้าที่เร่งปูพรมค้นหา "2 พี่น้องชาวรัสเซีย" หลังพบรถ จยย. ถูกชำแหละฝังดินในป่าช้าเก่า พร้อมปิดล้อมบ้านที่คาดเป็นหลบซ่อนชายต้องสงสัย แต่ยังไม่พบตัว ด้านป้าเผยนิสัยหลานชาย มั่นใจมีเอี่ยวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอน

วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ความคืบหน้า กรณีพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอดีวี 150 สี ดำเทา ทะเบียน ชลบุรี ของ MISS.DIANA NAZIMOVA อายุ 22 ปี (ไดเอน่า นาซีโมว่า) และ MR.ROMAN NAZIMOVA อายุ 17 ปี  (โรมัน นาซีโมว่า) สองพี่น้องชาวรัสเซีย ได้หายตัวไปตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งสภาพรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวถูกชำแหละ แยกชิ้นส่วนฝังดิน บริเวณป่าช้าเก่าทุ่งหลวง ใกล้กับแยกชากแตง ( ห่างจากถนน นาจอมเทียน - มอเตอร์เวย์มาบตาพุต ประมาณ 200 เมตร พื้นที่หมู่ 9 ต.ห้วยใหญ่  อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามที่มีข่าวเสนอแล้วนั้น (2 พี่น้องชาวรัสเซียหายตัวปริศนา ส่อลางไม่ดี พบรถ จยย. ถูกฝังดินในป่าช้าเก่า)

ล่าสุด พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ทีมกู้ภัย และชาวบ้านกว่า 200 คน มีการปูพรมลงพื้นที่ค้นหาในเขตพื้นที่บริเวณป่าช้าเก่าทุ่งหลวง ใกล้กับแยกชากแตง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นจุดพบรถจักรยานยนต์ของสองพี่น้องชาวรัสเซีย 

ส่วนการชำแหละรถจักรยานยนต์ฝังดิน เบื้องต้นพบว่าคนร้าย ได้มีการขุดหลุมและชำแหละชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ออกเป็น 2 จุด จุดแรกพบเป็นส่วนโช้ค ล้อหน้า, ล้อหลังรวมถึงเครื่องยนต์ และเปลือกรถจักรยานยนต์ ส่วนจุดสองถัดไปประมาณ 100 เมตร เป็นการชำแหละในส่วนของโครงรถ เบาะนั่ง แฮนด์รถจักรยานยนต์ และเปลือกรถบางส่วน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานอย่างละเอียด 

โดยนายนิพนธ์ ฉัตรศรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.9 เปิดเผยว่า ในกรณีผู้ต้องสงสัยเป็นบุคคลเดียวกันที่ปรากฏในคลิปก่อนหน้านี้ชื่อว่า "นายป๋อง" เพิ่งพ้นโทษ ออกจากคุกได้ 2 เดือน ระหว่างที่ออกจากคุกมา ชาวบ้านในละแวกนี้ต่างพากันหวาดกลัว เนื่องจากนายป๋องเป็นบุคคลอันตราย ชอบพกอาวุธตลอดเวลา และเชื่อว่า นายป๋องต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น 

นอกจากนี้ ช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา (28 กรกฎาคม) มีชาวบ้านยืนยันว่า พบเห็น "นายธง" ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนายป๋อง เข้ามาขุดดินตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึงห้าทุ่ม จนกระทั่งช่วงเช้า มาพบนายป๋องและนายธงอยู่ด้วยกันที่บริเวณดังกล่าว พอเห็นเจ้าหน้าที่ก็พากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

ขณะที่ นายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 24 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ช่วง 1-2 คืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปืนห่างจากจุดฝังรถจักรยานยนต์ ไปประมาณ 500 เมตร ได้ยินเสียงปืนยิงรัวดังติดต่อกันหลายนัด ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง เข้าทำการปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ หลังได้รับรายงานว่า พบนายป๋องและนายธง เข้ามาหลบซ่อนตัวที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ปรากฏว่าการตรวจสอบไม่พบนายป๋องและนายธง 

โดยเจ้าของบ้านให้ข้อมูลว่า นายป๋องและนายธง กลับเข้ามาบ้านเมื่อช่วง 10 โมงเช้าของวันที่ 26 กรกฎาคม (ตรงกับวันที่สองพี่น้องหายตัวไป) โดยทั้งสองคนกลับมาในสภาพเนื้อตัวเปื้อนโคน แต่ก็ไม่ได้มีการสอบถามข้อมูลอะไร โดยเข้ามาอยู่ในบ้านได้เพียง 1 ชั่วโมง ทั้งคู่ก็พากันออกไป

ขณะที่ทางแฟนของ "นายธง" ได้เปิดใจถึงนายธงว่า หายไปตั้งแต่เมื่อวาน 28 ก.ค. ยืนยันว่าไม่ได้ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร เพราะที่ผ่านมาก่อนที่เขาจะหายตัวไปก็ไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียด หรือบอกกล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่ทราบว่าเขาเป็นหนึ่งในคนก่อเหตุหรือไม่ แต่ยืนยันว่าเขาหายไปและติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวานจริง ก่อนหายไปก็ไม่ได้มีการแจ้งหรือบอกกล่าว

ด้านป้าของนายป๋อง หนึ่งในผู้ต้องสงสัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปสอบถามที่บ้านนายป๋อง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบซากรถประมาณ 1 กม. ว่า บ้านหลังนี้ปลูกอยู่ในที่ดินของนายป๋อง หลังจากที่นายป๋องออกจากเรือนจำมาเมื่อเดือนมิถุนายน ได้แวะมาที่บ้านหลังนี้ 2 - 3 ครั้งเท่านั้น ครั้งล่าสุดที่มา คือเมื่อวานซืน 27 กรกฎาคม โดยนายป๋องได้แวะมาในช่วงหัวค่ำ เพราะตัวเองให้มาช่วยซ่อมไฟฟ้าภายในบ้าน แต่สุดท้ายนายป๋องก็ซ่อมไม่ได้ แล้วก็ได้กลับออกไป อ้างว่าจะไปหาลูก-เมียที่จังหวัดจันทบุรี

ผู้เป็นป้ากล่าวอีกว่า วันนี้มีตำรวจแวะเวียนมาหาที่บ้านหลายรอบ พร้อมกับแจ้งว่า นายป๋องตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ซึ่งส่วนตัวก็เชื่อว่านายป๋องหลานชาย มีส่วนเกี่ยวข้องจริง เพราะมีพฤติกรรมที่ไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก เคยถูกคุมตัวในสถานพินิจฯ แล้วพอโตมาก็ติดคุกมาแล้วหลายครั้ง

ป้ายังบอกด้วยว่า นายป๋องมีพฤติกรรมโหดร้าย อาจจะเพราะตอนเด็กเคยถูกพ่อทั้งตี ทั้งฟาด ทั้งเอาไฟจี้ ไฟช็อตจนตนต้องเอาป๋องมาเลี้ยงเอง แต่กับตัวเองนั้นนายป๋องไม่กล้าทำอะไร เพราะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก ส่วนการที่จะให้นายป๋องกลับตัวกลับใจ คิดว่าเป็นเรื่องยาก เพราะเกเรมาตั้งแต่เด็กจนโต

ซึ่งวันนี้ตัวเองก็ได้ถามตำรวจ ว่าจะจับเป็นหรือจับตายหลานชาย ตำรวจก็แจ้งว่า ถ้าขัดขืนก็จะวิสามัญทันที โดยตัวเองก็ได้ทำใจเอาไว้แล้ว หลังจากนี้ก็ขอแค่รู้ว่านายป๋องถูกจับติดคุก หรือถูกวิสามัญ ถ้าติดคุกก็จะไปเยี่ยม แต่ถ้าตายหากมีเงินก็จะทำศพให้ ทั้งยังย้ำว่าตัวเองปลงแล้วกับหลานชายคนนี้ เพราะสร้างความเดือดร้อนมาโดยตลอด ตัวเองก็ช่วยเหลือจนหมดตัวแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่เวรแต่กรรม