ตม.จว.นนทบุรี เตรียมเสนอเพิกถอนวีซ่า-ขึ้นบัญชีดำ "ผู้ต้องหาชาวจีน" คดีโรงแรมทุนสีเทา หลังลักลอบเปิดบ่อน-ปาร์ตี้ยา-ค้ากามครบวงจร


จากกรณี ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เปิดปฏิบัติการตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มทุนต่างชาติสีเทา ลักลอบเปิดบ่อนพนัน เสพและจำหน่ายยาเสพติด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย ชาวจีน 1 ราย และชาวเมียนมา 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ บก.ตม.3  พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.3 ในฐานะโฆษก ตม.3 เผยว่า เมื่อปี 2566 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เคยเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งนี้ และสามารถจับกุมนักพนันทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 40 ราย ก่อนที่โรงแรมจะปิดปรับปรุง 

ภายหลังการจับกุม ตม.จว.นนทบุรี ได้เร่งประสานพนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของผู้ต้องหาที่เป็นบุคคลต่างด้าว และได้ยื่นเสนอเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ของผู้ต้องหาสัญชาติจีน คือ นาย LIU, CHAO อายุ 33 ปี พร้อมเตรียมเสนอขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) เพื่อมิให้สามารถเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย 

สำหรับผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมานั้น ถูกจับกุมในข้อหา "เป็นต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" จะได้ดำเนินการตาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร และพิจารณามาตรการขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่านโยบายของรัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย แต่หากพบว่าบุคคลต่างด้าวรายใดมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สำหรับการดำเนินการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท. ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ คัดกรอง และบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มทุนสีเทา และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดทุกรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและขอประชาสัมพันธ์ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง.