"โฆษก ป.ป.ส." เผยเคส "สาวไทย" รับหิ้วของถูกจับคาสนามบินฟุกุโอกะ หลังพบไอซ์ซุกซ่อนในซองกาแฟ ยังไม่ชัดเป็นผู้เสียหาย หรือคนร่วมขบวนการ เบื้องต้นญี่ปุ่นแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา ลุ้นอัยการสั่งฟ้องหรือไม่ 31 ก.ค. นี้

จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 69 นายธนาศักดิ์ ทองน้อย อายุ 53 ปี ได้เข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ภายหลังจากที่ลูกสาวคือ น.ส.จุฑาทิพย์ วัย 28 ปี ซึ่งมีอาชีพรับจ้างหิ้วของ ถูกจับกุมที่สนามบินญี่ปุ่น หลังตรวจพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยแม่เชื่อลูกถูกหลอก จึงเข้าประสานตำรวจเพื่อตรวจสอบขอดูกล้องวงจรปิดในหมู่บ้านที่ลูกสาวอยู่ เช็กที่มาของผู้ส่งพัสดุดังกล่าว ซึ่งมีชื่อระบุที่กล่องว่า "อิงอิง" และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามความคืบหน้าคดี

โดยทางนายธนาศักดิ์ ผู้เป็นพ่อกล่าวว่า กล่องเป็นยังไงไม่ทราบ "อิงอิง" เป็นใครก็ไม่ทราบ เขาทำกันเอง ที่กล่องมีชื่ออิงอิง ไม่ทราบว่าได้แกะกล่องดูหรือยัง แต่ได้มีการตรวจสอบอย่างดี เรื่องที่อยากจะรู้คือตนติดต่อลูกไม่ได้ อยากทราบข่าวของลูกว่าเป็นอย่างไร เขาเดินทางไปญี่ปุ่นวันที่ 10 ก.ค. แล้วมีหนังสือจากกระทรวงการต่างประเทศแจ้งมา วันที่ 22 ก.ค. ว่าเขาขนของเป็นยาเสพติด ยาไอซ์ ตนไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรบ้างติดต่อไม่ได้เลย เป็นห่วงมากไม่รู้ว่าลูกอยู่ยังไงบ้าง อยากจะทราบข่าวลูกว่าเป็นอย่างไรบ้าง

เรื่องนี้ลูกเป็นเหยื่อแน่นอน เพราะเขาไม่เคยมีประวัติแบบนี้ ทำอาชีพรับหิ้วได้ประมาณ 1 ปี ก็เตือนลูกตลอด แต่เชื่อมั่นว่าลูกไม่ทำเรื่องนี้ ส่วนคนชื่อ "อิงอิง" ได้ข่าวว่าเคยมีการส่งให้ครั้งหนึ่ง การรับหิ้วก็จะติดต่อกันทางไลน์ ทางเฟซเป็นกลุ่ม ลูกรับหิ้วไปประเทศญี่ปุ่นอย่างเดียว การรับหิ้วเขาทำเขาเอง ตนไม่ได้ยุ่งด้วยเพราะตนทำธุรกิจอีกอย่างหนึ่ง ตนก็เตือนตลอดปกติเขาทำอาชีพรับซื้อของเก่า

ทั้งยังระบุต่ออีกว่า ไปญี่ปุ่นส่วนมากเขาก็จะไปเที่ยว แต่ไม่ทราบว่าเขาไปบ่อยไหม แต่เท่าที่ดูน่าจะไปบ่อย แต่ไม่ทราบว่าไปเมืองไหนบ้าง เขาบอกว่าตรวจสอบพัสดุทุกครั้ง แต่ของชิ้นนี้ซีลมาอย่างดีเขาเลยไม่ได้ตรวจ ไม่ได้ฉีกออกเพราะฉีกไม่ได้ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นกาแฟ แต่ไม่ทราบยี่ห้ออะไร มีพัสดุทั้งหมด 9 ชิ้นทุกชิ้นมีคนมารับ ยกเว้นชิ้นนี้ไม่มีคนมา

ล่าสุดวันที่ 27 ก.ค. 2569 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก สำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีสาวไทยวัย 28 ปี อาชีพรับหิ้วของ ถูกทางการญี่ปุ่นจับกุมคาสนามบิน ว่า สำหรับขั้นตอนดำเนินคดีของประเทศญี่ปุ่นจะมีความแตกต่างจากหลายประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันชนิดและปริมาณยาเสพติดที่แท้จริงก่อน เบื้องต้น ป.ป.ส. ทราบเพียงว่าพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟ แต่ยังไม่ทราบปริมาณที่แน่ชัด หากผลสอบสวนพบว่าเป็นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดเพื่อการค้า จะมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต แต่ศาลญี่ปุ่นจะพิจารณาลงโทษตามพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งคดีลักษณะนี้ มักได้รับโทษจำคุกประมาณ 5-10 ปี 

ขณะนี้ทางการญี่ปุ่นได้ประสานเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับหญิงไทยรายดังกล่าว 2 ข้อหา ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทไอซ์ และความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยปัจจุบันหญิงไทยยังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจญี่ปุ่น และถูกนำตัวฝากขังไว้กับอัยการตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค. และจะครบกำหนดฝากขังในวันที่ 2 ส.ค. แต่เนื่องด้วยตรงกับวันเสาร์ จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 31 ก.ค. โดยอัยการญี่ปุ่นจะพิจารณาว่าจะมีคำสั่งฟ้องคดีหรือไม่ ทั้งนี้ หากถูกอัยการญี่ปุ่นสั่งฟ้อง หญิงไทยจะถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดีภายใน 2 เดือน จึงจะรู้คำตัดสินคดี แต่หากอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนั้น ผู้ต้องหาจะถูกผลักดันออกนอกประเทศและเดินทางกลับประเทศไทยได้ทันที 

อย่างไรก็ตามได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีความร่วมมือระหว่างกัน โดยทางการญี่ปุ่นได้แจ้งข้อมูลการเดินทางของหญิงไทยรายดังกล่าว ซึ่งหญิงไทยเดินทางออกจากสนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 11 ก.ค. และถูกจับกุมเมื่อเดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะในวันที่ 12 ก.ค. ส่วนประเด็นที่ครอบครัวเชื่อว่าหญิงไทยเป็นเพียงผู้เสียหาย และถูกหลอกใช้นั้น ขณะนี้เรายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเหยื่อ หรือเป็นผู้ร่วมขบวนการ เพราะเป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำ และตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาของพนักงานอัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ เช่นเดียวกับแนวทางที่เคยเกิดขึ้นในคดีลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ

น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ตอนนี้ครอบครัวยังไม่สามารถติดต่อบุตรสาวได้นั้น ตนแนะนำให้ประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลและให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ขณะที่การดำเนินคดีเป็นอำนาจของตำรวจญี่ปุ่นโดยตรง และขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงมายังประเทศไทยให้ดำเนินการสืบสวนเครือข่ายเพิ่มเติม 

ส่วนกรณีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ "ing ing" ที่เป็นผู้ทักแชตไลน์มาติดต่อดีลงานหิ้วสินค้าจากไทยไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงกับคดีอื่นนั้น ตนมองว่าอาจเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า เป็นบุคคลหรือขบวนการเดียวกัน เพราะลักษณะการตั้งชื่ออาจเป็นเพียงการใช้ชื่อซ้ำหรือชื่อที่คุ้นเคยกัน จึงต้องรอผลการสืบสวนและการขยายผลเพิ่มเติม โดยขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ การซุกซ่อนยาเสพติดในซองกาแฟ ซองครีมเทียม หรือบรรจุภัณฑ์อาหารเสริม ถือเป็นรูปแบบที่พบได้เป็นประจำในคดียาเสพติด โดยมักสังเกตได้จากร่องรอยการตัดและซีลปิดซองใหม่ 

ซึ่ง ป.ป.ส. ได้ประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนมาโดยตลอด ฝากเตือนผู้ที่รับจ้างหิ้วสินค้าหรือรับฝากของไปต่างประเทศ ว่า การนำสินค้าออกนอกประเทศโดยไม่สำแดงต่อศุลกากรถือว่ามีความผิดตั้งแต่ต้น และเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร หรือสิ่งของภายในบรรจุอะไร หากพบว่าน้ำหนักหรือสภาพสิ่งของผิดปกติ ควรปฏิเสธการรับขนส่งทันที เช่น กรณีที่เคยพบการซุกซ่อนยาเสพติดในมะขามเปียก ซึ่งสามารถสังเกตได้จากน้ำหนักที่ผิดปกติ พร้อมย้ำว่าผู้ที่เลือกประกอบอาชีพรับหิ้วสินค้า จะต้องศึกษาข้อมูล ตรวจสอบสินค้า และเพิ่มความระมัดระวังให้มากที่สุด เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและต้องเผชิญโทษตามกฎหมายอย่างร้ายแรง