ตร.ลุมพินี สนธิกำลัง ตม. และเจ้าหน้าที่พม. รวบ 5 สาวต่างชาติ ยืนค้าประเวณีริมถนนสุขุมวิทซอย 4 แจ้งข้อหาหนัก พ.ร.บ.ค้าประเวณี ประสาน ตม. ทำแบล็กลิสต์ผลักดันออกห้ามเข้าไทย
เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 25 ก.ค.69 พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.บก.น.5 พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.เอกภณ พุทธิกุล รอง ผกก.ป.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.วรายุทธ พวงนาค สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี สั่งการให้ ร.ต.ท.กฤตภาส เหล็กกล้า รอง สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ ชุดปราบปรามอบายมุขฯ สน.ลุมพินี ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ร่วมกันจับกุมสาวชาวเวียดนาม ฟิลิปปินส์ แทนซาเนีย รวม 5 คน บริเวณซอยสุขุมวิท 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม.
สืบเนื่องมาจากได้รับเรื่องร้องเรียนและปรากฏคลิปวิดีโอในสื่อโซเชียลว่า มีกลุ่มผู้หญิงต่างชาติมีพฤติกรรมในลักษณะลักลอบเสนอขายบริการให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมา บริเวณบนทางเดินเท้าสาธารณะ สนธิกำลังและวางแผนซุ่มเฝ้าดูพฤติกรรม เมื่อพบบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการค้าประเวณี แสดงตัวขอตรวจค้นและจับกุม
ผู้กระทำผิดกฎหมาย รวม 5 ราย อายุระหว่าง 29-45 ปี เป็นหญิงชาวเวียดนาม 3 ราย เป็นสาวประเภทสองชาวฟิลิปปินส์ 1 ราย และหญิงชาวแทนซาเนีย 1 ราย แจ้งข้อหา เข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตามหรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอาย หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณชน
พ.ต.อ.ยิ่งยศ เปิดเผยว่า การดำเนินการเจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการปรับเป็นพินัย พร้อมนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 เพื่อดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและผลักดันออกนอกประเทศ ตามมาตรา 12(8) พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยได้ส่งตัวผู้ถูกจับกุมทั้ง 5 ราย ไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สวนพลู เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเพิกถอนวีซ่าส่งกลับประเทศ ตม.ทำแบล็กลิสต์ ต่อไปจะไม่สามารถเดินทางเข้าไทยได้
ผกก.สน.ลุมพินีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ร่วมประชุมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมการประชุมหารือการดำเนินการปรับเป็นพินัยตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราม การค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ภายหลังผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย จากการหารือทราบว่า เมื่อวันที่ 16 ก.พ.69 กรมกิจการสตรีฯ ได้ทำหนังสือถึงสำนักกฤษฎีกา เพื่อขอแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัย
ผลการประชุมของสำนักกฤษฎีกา ปรากฏตามบันทึกคณะกรรมการว่าด้วยการปรับเป็นพินัย กรณีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไม่อาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจปรับเป็นพินัยได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบในการปฏิบัติตาม ม. 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ดังนั้นผลการหารือเพิ่มเติมจึงได้จัดทำแผนความร่วมมือในการปราบปรามการกระทำผิดของบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาค้าประเวณีในราชอาณาจักร โดยจะมีการบูรณาการกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรี และ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ร่วมการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจังต่อไป
ก่อนนำกลุ่มผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป