สมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เข้าพบ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ยื่นหนังสือช่วยเร่งรัดคดี ขอให้ตำรวจติดตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว พร้อมอ่านแถลงการณ์ประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุที่ถือเป็นภัยต่อสังคม และไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกอย่าง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายอุรชาติ ชัยยะ อายุ 60 ปี นายกสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (ช่างกลปทุมวัน) พร้อมกลุ่มตัวแทนจากสมาคมศิษย์เก่าของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด เพื่อยื่นหนังสือช่วยเร่งรัดคดี ขอให้ตำรวจติดตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกับอ่านแถลงการณ์ประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุที่ถือเป็นภัยต่อสังคม และไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกอย่าง

ในกรณีที่นายจารุกิตติ์ รอดหลง 25 ปี พนักงานช่างไฟฟ้าของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านเตาปูน กรุงเทพฯ และเป็นศิษย์เก่า โดยทำร้ายถึงแก่ชีวิตภายในซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 23 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายอุรชาติ ชัยยะ กล่าวว่าวันนี้ตนพร้อมสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (ช่างกลปทุมวัน) เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือให้ทางตำรวจสภ.ปากเกร็ด ช่วยเร่งรัดดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือเร่งรัดคดีและติดตามความคืบหน้าคดีว่าตอนนี้ถึงขั้นตอนไหนแล้ว โดยในตอนนี้ต้องรอทางตำรวจว่ามุ่งปมไปในทิศทางไหน พวกตนยังไม่ฟันธงว่าสาเหตุมาจากเรื่องสถาบันหรือเรื่องส่วนตัว และยังไม่ได้ให้น้ำหนักไปทางไหนเป็นพิเศษ แต่มองว่าเหตุการณ์นี้รุนแรงมากเกินไป

ส่วนเรื่องของการควบคุมและเฝ้าระวังความรุนแรงระหว่างสองสถาบันก็มีการพูดถึงกันอยู่ตลอด ซึ่งทางตำรวจในพื้นที่เองก็มีการเชิญทั้งสองสถาบันเข้าไปพูดคุยกันบ่อยครั้งอยู่แล้ว ตอนนี้ยังไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นนักศึกษาสถาบันฝ่ายตรงข้ามหรือว่ากลุ่มไหนกันแน่ ขอให้รอทางตำรวจก่อน ซึ่งทั้ง 2 สถาบันก็มีแนวทางการทำงานร่วมกันและประสานงานกันเพื่อหาแนวทางป้องกันเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นมาโดยตลอด




สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อันดับแรกตนอยากจะฝากทางตำรวจให้เร่งจับผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็ว เพื่อลดความขัดแย้งลงไปได้ ในส่วนรุ่นน้องของสถาบันก็ได้มีการพูดคุยกันตลอด ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร เข้ามาเรียน ก็ขอให้เรียนจริงๆ แต่ยอมรับว่าเรื่องทะเลาะวิวาท ทุกสถาบันมีเหมือนกันหมด ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้น ก็พยายามลดลง อีกทั้งได้กำชับรุ่นน้องไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ส่วนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เป็นศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว 7 ปี ออกไปทำงานแล้ว ถ้าหากเป็นเรื่องของสถาบันจริง ตนก็มองว่าล้ำเส้นกันเกินไป

โดยมายื่นให้ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เร่งรัดคดีและมีรางวัลนำจับ โดยทางศิษย์เก่าได้รวบรวมเงิน เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทางเจ้าหน้าที่และผู้แจ้งเบาะแส 100,000 บาท หากติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้

นายอุรชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนในเรื่องของความรุนแรง มองว่า มีอยู่ทุกสถาบัน และสำหรับปทุมวันเองก็มีอยู่ทุกรุ่นแต่ไม่เคยรุนแรงถึงขนาดนี้ และความรุนแรงไม่ได้เกิดเฉพาะปทุมวันและอุเทนถวาย แต่ข่าวที่ดังจะมีแค่ 2 สถาบันนี้
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการเอาคืนกันหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบว่าใครจะไปเอาคืนใคร แต่ในส่วนของวันสถาปนา ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ของสถาบัน เป็นวันสักการะองค์พ่อ และรวมศิษย์เก่า - ศิษย์ปัจจุบัน ที่จะเข้ามาทำพิธี พวกตนไม่ได้กลัวเพราะไม่ได้ไปทำร้ายใคร ส่วนแผนการรับมือ ก็ให้ทางตำรวจวางแผนการรับมือ เรื่องความปลอดภัย เพราะมีการประชุมกันแล้ว

สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นนี้ผู้ตายก็ไม่ใช่ศิษย์ปัจจุบัน แต่เป็นศิษย์ที่เรียนจบไปแล้วแต่ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด ยืนยันว่า ต่อให้เรียนจบกันมาคนละสถาบันแต่ถ้าหากถึงเวลาทำงานที่ต้องทำงานร่วมกันก็ทำได้ไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนเรื่อง 4 เฟืองทองที่มีบางคนสักไว้ตามที่กระแสสังคมยังเข้าใจผิดอยู่ ว่าเป็นการล่าแต้มหรือไม่ตนขอยืนยันตรงนี้เลยว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดและไม่ใช่ความจริง ตนก็มีที่ข้อแขน ทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 2 เฟือง ซึ่งตนจบการศึกษามา 40 กว่าปีแล้ว ร่องรอยการปั๊มเฟืองก็จางลงไป แต่ก็จะมีกันแทบทุกคนถือเป็นความสมัครใจและเป็นความภูมิใจที่ได้เข้ามาเรียนที่นี่

“ไม่ได้เป็นการล่าแต้มอย่างที่กระแสสังคมกำลังเข้าใจผิดกันอยู่ตอนนี้ เพราะถ้าหากทุกคนมีเฟืองที่มาจากการล่าแต้มนั่นหมายถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะต้องมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้ว”

“เฟือง” ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัวไว้เรื่องนี้ไม่มีการบังคับ เรียกว่าเป็น “การจารึกเฟืองอยู่บนร่างกาย” ตรงไหนก็ได้บางทีก็ท้องแขนหัวไหล่ทีหลังก็มีแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลไม่ได้มีการบังคับ จะเรียกว่าเป็นความเชื่อส่วนหนึ่งก็ได้ แต่มองว่าเป็นเรื่องของความรักสถาบันมากกว่า ซึ่งจะเหมือนกับการสัก แต่ในสมัยก่อนการสักไม่เป็นที่นิยม ส่วนเรื่องจำนวนของเฟืองก็ไม่ได้มีความหมายอะไร แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลเท่านั้น



ซึ่งการที่จะจารึกเฟืองไว้บนร่างกายก็ไม่ได้หมายความว่าให้อีกฝ่ายรู้ว่าล่าแต้ม เพราะของตนก็จารึกไว้ในร่มผ้า ไม่มีใครเห็น นอกเหนือจากพรรคพวกเพราะพวกตนไม่ได้เอาออกมาโชว์ใคร ซึ่งยืนยันว่าแนวความคิดนี้เหมือนกันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง เพราะรุ่นน้องช่างกลก็ได้สืบธรรมเนียมปฏิบัติมาเหมือนกันทั้งหมด ไม่มีใครคิดต่างออกไปแน่นอน

ด้าน พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว กล่าวว่า ในคดีนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งตอนนี้ยังเปิดเผยรายละเอียดอะไรไม่ได้มาก ซึ่งทางตำรวจได้มีการรวบรวมพยานหลักฐาน และพยานบุคคลพยานวัตถุเพื่อเร่งรัดพิสูจน์ทราบตัวคนร้ายให้ได้

ส่วนเบาะแสของคนร้ายตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ แต่ขอยืนยันกับสมาคมศิษย์เก่าปทุมวันว่า จะทำให้ดีที่สุดและจะตอบคำถามสังคมให้ได้โดยเร็ว