เกิดเหตุคนร้าย ปลอมตัวคล้ายต่างชาติ เข้าไปงัดตู้เซฟ ขโมยเงินภายในร้านแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ กลางห้างดังภูเก็ต เพียง 3 นาที กวาดเงินไปกว่า 6 แสนบาท 

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 20 ก.ค.69 ต่อเนื่องช่วงเช้าวันที่ 21 ก.ค.69 มีรายงานว่า คนร้ายเป็นชาย ลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ ก่อเหตุเข้าไปเปิดตู้เซฟภายในร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ได้เงินไป 6 แสนบาท ก่อนจะมีคลิปเหตุการณ์เผยแพร่ออกมาตามสื่อโซเชียลต่างๆ 

โดยคลิปจะเป็นชาย สวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงินเข้ม ใส่เสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีดำแถบขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ ใส่แว่นตากรอบสีดำ สวมถุงมือยาง ไว้หนวดและเคราเดินเข้ามาภายในร้านหรือบูธรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแล้วตรงเข้าไปที่ตู้เซฟ พร้อมกับกดเปิดรหัสเซฟอย่างรวดเร็ว จากนั้นได้หยิบเงินสกุลต่างประเทศก่อนที่จะเดินออกจากร้านไป โดยใช้เวลาไม่นานในการก่อเหตุดังกล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต เพื่อตรวจสอบคลิปคนร้ายดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางคืนวันที่ 19 ก.ค.69 ใกล้ห้างดังกล่าวปิดให้บริการ ผู้เสียหาย อายุ 67 ปี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 20 ก.ค.69 เพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในและภายนอกห้างดังกล่าว เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 



เบื้องต้นอาจไม่ใช่คนต่างชาติ โดยคนร้ายอาจมีการปลอมตัวทำให้ดูเหมือนชาวต่างชาติก่อเหตุ จึงสั่งการให้รอง ผกก.สส. นำกำลังชุดสืบสวนออกตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด พร้อมกับเรียกหุ้นส่วนของร้านแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับรหัสตู้เซฟ ที่จะมีคนในรู้เพียงไม่กี่คน ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวคนร้ายเร็วๆ นี้

ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค.69 เวลา 09.30 น. พนักงานของร้านรับแลกเงิน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของห้างแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ได้เข้ามาเปิดร้านตามปกติ โดยตรวจสอบพบว่าตู้เซฟภายในร้านถูกงัด และมีเงินสดที่เก็บรักษาไว้ภายในตู้เซฟ ได้สูญหายไป ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านพบว่า เมื่อเวลา 21.13 น.-21.15 น. วันที่ 20 ก.ค.69 พบว่ามีชายชาวต่างชาติไม่ทราบชื่อและสกุล ได้ลักลอบเข้ามาภายในร้าน งัดตู้เซฟ และขโมยเงินสดไปจำนวน 627,083 บาท แยกเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ประกอบด้วย 1.เงินสกุลบาท จำนวน 175,050 บาท 2.เงินสกุลยูโร (EUR) จำนวน 50 EUR คิดเป็นเงินไทย 1,906 บาท 3.เงินสกุล RUB จำนวน 50,000 RUB คิดเป็นเงินไทย 19,250.00 บาท 4.เงินสกุล USD จำนวน 11,700 CHF คิดเป็นเงินไทย 389,727 บาท 5.เงินสกุล CHF จำนวน 1,000 CHF คิดเป็นเงินไทย 41,150 บาท

ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป