ตำรวจขับรถพุ่งชนจยย. แม่ดับ-ลูก 2 คนสาหัส ญาติหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้านพยานเผยได้กลิ่นสุราของคู่กรณี ขณะที่ ตร.ยันไม่ได้เมา พร้อมรับผิดชอบเยียวยา
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพอุบัติเหตุรถยนต์กับรถจักรยานยนต์เป็นเหตุให้สามแม่ลูกที่ขับรถจักรยานยนต์กระเด็นไปคนละทิศละทาง อาการสาหัสทั้งสามคน แต่ผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยคู่กรณีนั้นทราบเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กผู้อยู่ในเหตุการณ์หวั่นว่าครอบครัวผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงออกมาเรียกร้องดังกล่าวนั้น
ล่าสุดวันนี้ (19 กรกฎาคม 2569) ที่วัดคลองปลาร้าสามัคคีธรรม หมู่ที่ 14 ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ครอบครัวได้บำเพ็ญกุศลของนางสาวปิยวดี หรือ หนึ่ง อายุ 40 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว
โดยมีร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร อายุ 53 ปี คนขับรถกระบะคู่กรณีเดินทางมากราบขอขมาศพและมอบเงินค่าบำเพ็ญกุศลศพและร่วมพูดคุยถึงแนวทางเยียวยาในด้านต่างๆ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ใหญ่บ้านผู้นำชุมชนร่วมรับฟังอยู่ด้วย ซึ่งการเยียวยาครั้งนี้ฝ่ายขับรถยนต์กล่าวว่าเป็นเพียงการช่วยเหลือค่าจัดงานศพเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเยียวยาด้านอื่นๆ ซึ่งจะขอดูแลเยียวยาในทุกด้าน ก่อนจะมีการมอบเงินหน้าหีบศพกับญาติและผู้นำท้องถิ่น
...
นางสาวนิชา อายุ 20 ปี และ นางสาวนันชิชา อายุ 16 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวว่า ยังสับสนและกังวลในหลายๆ อย่าง ตอนนี้เป็นห่วงน้อง และกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป กังวลว่าจะใช้ชีวิตประจำวันกันอย่างไร โดยเฉพาะแม่ที่เป็นเสาหลักต้องมาจากไป จะไปโรงเรียนกันอย่างไร เพราะรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่คันเดียวแต่ต้องใช้กันทั้งบ้าน
ส่วนความกังวลต่อคู่กรณี ยอมรับมีความกังวลว่าจะไม่เป็นไปตามที่เขาพูดนัก กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ตนเป็นห่วงน้อง “ห่วงมากตอนนี้กลัวว่าน้องจะใช้ชีวิตปกติไหม เพราะว่ารู้มาว่าน้องขาหัก ถ้าคนขาหักคงจะใช้ชีวิตไม่ค่อยได้ปกติสักเท่าไหร่ กลัวน้องตื่นมาแบบ ความจำจะเป็นยังไง สมองน้องหนูจะเป็นยังไง ตนกังวลมาก ตอนนี้น้องหนูยังไม่ฟื้นเลย เป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้”
นายอานนท์ หรือน็อต อายุ 35 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนกังวลเรื่องการเยียวยา การเป็นอยู่ ค่าครองชีพของเด็กๆ เพราะสูญเสียเสาหลักของเด็กไป พ่อของเด็กๆ ก็ไม่ค่อยได้มาดูแลเท่าไหร่ ส่วนตนกับแม่ไปทำงานต่างจังหวัดแล้วส่งเงินมาให้บ้าง เพราะต้องดูแลยายที่ป่วยเป็นโรคไต ซึ่งตนก็เป็นโรคไตเหมือนกัน ระยะที่สาม
ตอนนี้ก็ไม่มีงานทำ ในช่วงที่รู้ว่าพี่สาวถูกรถชนมีความรู้สึกตกใจมาก มีคนเขาส่งรูปมาให้ดูคือรับไม่ได้ เพราะโดนชนหนัก กระเด็นห่างออกจากรถ เข้าไปในท่อระบายน้ำ ส่วนหลานที่บาดเจ็บ ถ้าเขาฟื้นขึ้นมา กังวลว่าสมองกับร่างกาย เขาจะเหมือนเดิมไหม เราไม่รู้ และไม่มั่นใจเลย
ด้านร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ผู้ขับขี่รถยนต์คู่กรณี กล่าวว่า ตนยอมรับว่า เป็นคนขับรถคันที่ชนรถจักรยานยนต์สามแม่ลูกจริง เพราะรถแล่นลงจากเนิน ตนคุมรถไม่อยู่ รถมันไหลแล้วเสียหลักไปชนท้ายเขา ซึ่งตนก็ไม่ได้หนีไปไหน ตนยอมรับผิดชอบ ซึ่งตนนั้นก็ได้ไปดูแลผู้บาดเจ็บ ช่วงเกิดเหตุตนก็ลงรถไปดูแลเขา ดูแลผู้เสียหาย ตนให้ความช่วยเหลือเขา เพราะว่าเราก็ทราบ รู้ว่าครอบครัวเขาลำบาก
ตนยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุรามา เบื้องต้นตนได้เดินทางมาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานก่อน ในส่วนของค่าเยียวยาตนกับทางญาติผู้เสียหายค่อยคุยกันหลังจากงานจบ ส่วนการรับผิดชอบกรณีนี้ตนจะดูแลทุกอย่าง จะเข้ามาดูแลเรื่องบุตรเขา ส่วนเรื่องรถที่เด็กๆ จะไปโรงเรียนก็จะมาเยียวยาดูแล เพราะรู้สึกสงสารลูกหลานของเขาเช่นเดียวกัน และขอยืนยันว่าตนไม่ดื่มสุราในระหว่างขับรถ เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างแน่นอน
ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ที่ขับรถยนต์ตามมา เล่าให้ฟังว่า เมื่อวาน (18 กรกฎาคม 2569) ตนกำลังขับสวนรถที่กำลังจะชนกัน ก็เห็นสามแม่ลูกขี่รถมาปกติในช่องเลนขาว แล้วเห็นรถตำรวจขับตามมาแล้วก็เบี่ยงเข้าไปชนเขา ซึ่งตนนั่งในรถหันไปมองว่าน้องเขาลอยกระเด็นไปคว่ำหน้าก็ไกลอยู่ แล้วก็ลงมาดูที่เกิดเหตุก็เห็นร่างแม่เขาอยู่ในร่องระบายน้ำ มุดอยู่ในร่องระบายน้ำ แล้วก็จะมีน้องผู้ชายอยู่กลางถนนคนนึง แล้วก็ไปตกอยู่ตรงเส้นขาวคนนึง
...
ซึ่งตอนที่เกิดเหตุ เห็นรถผู้ก่อเหตุขี่เลยไปประมาณ 300 เมตรแล้วเขาก็วนมาจอดตรงจุดที่เกิดเหตุ แล้วลงจากรถมาทำท่าโบก ตนก็ถามเขาว่าเหตุการณ์เป็นยังไง เขาบอกว่ารถมอเตอร์ไซค์คันที่ชนขี่ตัดหน้ารถเขา เขาเลยชน ตนเลยแย้งว่าไม่ใช่ แต่เป็นรถลุงเองที่ขับชนเขา ชนท้ายเสยมาเลย
ตนยืนยันว่ารถกระบะขับชนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ และตนยังได้กลิ่นเหล้า ซึ่งเขาก็มีท่าทางมึนๆ อึนๆ คือเหมือนว่าไม่รู้ ไม่ค่อยรู้อะไร แต่พอตำรวจร้อยเวรมาเขาก็บอกกับตำรวจว่ารถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า ตนเลยอยากให้ขอความเป็นธรรมให้กับสามคนนี้ เพราะว่าได้ข่าวว่าเคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว
สำหรับอาการของเด็กๆ ที่จุดเกิดเหตุ คนโตยังรู้สึกตัว แต่คนเล็กนอนคว่ำหน้าร้องเหมือนว่าน้องสลบไป ตนจึงถามกู้ภัย เขาบอกว่าน้องต้องปั๊มหัวใจตลอด เมื่อวานตนก็ไปดูน้องที่โรงพยาบาล น้องเข้า ICU ทั้งคู่ ซึ่งก็อาการสาหัสมาก
ตนยืนยันว่าจะขอเป็นพยานในเรื่องดังกล่าวเพราะอยากให้ครอบครัวเขาได้รับความเป็นธรรมเพราะเขาน่าสงสารมาก.