ขอนแก่น ยายวัย 63 ปี ร่ำไห้ นอน รพ. ถูกโจรย่องขโมยกระเป๋า ฉกเอาทรัพย์สินก้อนสุดท้าย สร้อยทองคำ เงินสดกว่าสามแสนบาท หลบหนีลอยนวล ด้าน ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ ตร. สืบหาตัวคนร้ายต่อเนื่อง พบก่อเหตุใน รพ.อื่นอีก คาดนั่งรถโดยสารตระเวนก่อเหตุไปเรื่อย เตือนคนไข้ นอน รพ.หากมีทรัพย์สิน ควรฝากไว้กับเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางสมปอง ศรีวิวัฒน์ อายุ 63 ปี ชาวอำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ว่า อยากให้สื่อมวลชนติดตามความคืบหน้ากรณีที่ตนถูกคนร้ายลักทรัพย์เอากระเป๋าสะพายข้างของตนไป ภายในกระเป๋าสะพาย มีสร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท ห้อยพระหลวงปู่เงินเลี่ยมนาค จำนวน 1 องค์ ราคาประมาณ 1,000 บาท และสร้อยข้อมือหนัก 2 บาท ราคาประมาณ 150,000 บาท, เงินสด จำนวน 25,000 บาท และโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง

เหตุเกิดในห้องพักรักษาตัวผู้ป่วย ในอาคารผู้ป่วยในของโรงพยาบาลเขาสวนกวาง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา แจ้งความแล้ว แต่กลับไม่มีความคืบหน้า

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปพบกับนางสมปอง นางสมปองร่ำไห้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ กลับจากเผาศพพี่ชายแล้วนอนพักอยู่ในบ้านตัวเอง ก็เกิดอาการแน่นหน้าอก เพราะตนมีโรคประจำตัวคือ โรคหอบหืดและความดันสูง หายใจไม่ออก จึงเรียกสามีและเรียกกู้ชีพไปรับนำส่งที่ รพ.เขาสวนกวาง เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์บอกว่าต้องให้ยาและต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 3-4 วัน จึงนอนที่โรงพยาบาล ส่วนสามีก็นอนอยู่ที่ระเบียงด้านนอกห้องพักรักษาตัว และกระเป๋าสะพายที่ติดตัวไป ข้างในกระเป๋าใส่สร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือทองคำและเงินสด ที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิตเอาไว้ แล้วเอากระเป๋าวางไว้บนหลังตู้เหล็กที่เป็นตู้เก็บของของผู้ป่วยที่ตั้งอยู่ข้างเตียง

พอช่วงกลางดึกคืนวันที่ 2 ก.ค.69 แพทย์ให้ยาตน ให้ยาเสร็จ ตนก็หลับเลย ตื่นขึ้นมาตอนตีสี่ของวันที่ 3 ก.ค. เป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดในห้อง ตนก็ไม่พบกระเป๋าสะพายของตนที่วางไว้บนตู้เก็บของที่ข้างเตียงแล้ว จึงตะโกนลั่นห้องว่ากระเป๋าหาย ในกระเป๋ามีทรัพย์สินหลายอย่าง จากนั้นก็โทรแจ้งตำรวจ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง ก็มาตรวจที่เกิดเหตุ ก็พบว่ามีวงจรปิดในห้องพักรักษาตัวของผู้ป่วยอยู่ประมาณ 3 จุด แต่ละจุดบันทึกภาพคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้ แต่ไม่เห็นใบหน้า ตนจึงอยากให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย เพราะทรัพย์สินและเงินทองที่หายไปนั้น เป็นก้อนสุดท้ายในชีวิตที่เก็บมาและหวังว่าจะจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆนี้ มันจะได้ไม่ไปก่อเหตุ สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก

ทางด้าน พ.ต.อ.พีรณัฐ งามเลิศรัตนชัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ในกรณีดังกล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ ก็สอบสวนเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลรวมทั้งผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ จึงตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดใน รพ. ก็พบว่าคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม. อายุประมาณ 40-50 ปี เข้ามาในห้องผู้ป่วยแล้วก็เดินสำรวจตามเตียงต่างๆ ก่อนจะหยิบเอากระเป๋าสะพายที่วางบนตู้ข้างเตียงของนางสมปองไป

...


จากการตรวจสอบวงจรปิดด้านนอก พบว่าคนร้ายทิ้งกระเป๋าไว้ที่ร่องระบายน้ำในโรงพยาบาลแล้วก็เดินออกจากโรงพยาบาลไปที่ถนนมิตรภาพ ในขณะที่การตรวจสอบโดยรอบโรงพยาบาลเขาสวนกวาง ก็พบกระเป๋าสะพายของนางสมปอง ใบที่ถูกคนร้ายขโมยไป ถูกทิ้งไว้ในร่องระบายน้ำในโรงพยาบาล ในกระเป๋าพบเพียงโทรศัพท์มือถือของนางสมปอง เพียง 1 เครื่อง ทรัพย์สินอื่นๆ ถูกคนร้ายนำไปทั้งหมด จึงได้คืนกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือให้ผู้เสียหาย

ในส่วนของการสืบสวนหาตัวคนร้าย รวมถึงนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ละเลย เพราะทำการสืบสวนและนำตัว เจ้าหน้าที่ใน รพ. ที่ใส่รองเท้าชนิดเดียวกัน สีเดียวกันกับคนร้ายมาสอบสวนแล้ว แต่ไม่พบพิรุธ จึงปล่อยตัวไป นอกจากนี้ยังประสานขอความช่วยเหลือจากสืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น และสืบสวน ภ.4 ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวคนร้ายแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนยังพบว่า เหตุการณ์คนร้ายลักทรัพย์ในห้องพักรักษาตัวของผู้ป่วยในโรงพยาบาลนั้น ยังเกิดขึ้นที่ โรงพยาบาลโนนสะอาดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 และโรงพยาบาลบุณฑริก จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 22 กพ.2569 ซึ่งจากการตรวจสอบลักษณะของคนร้ายที่ก่อเหตุ 3 เหตุ มีแผนประทุษกรรม และพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน แต่ไม่ฟันธงว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกัน แต่ก็เชื่อได้ว่าน่าจะตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ ด้วยรถโดยสารสาธารณะ แล้วลงจากรถเดินเท้าเข้าไปในโรงพยาบาล สังเกตการณ์ก่อนจะลงมือ



ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวย้ำอีกว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลักฐานที่มีในเบื้องต้น ไม่เห็นหน้าคนร้าย และไม่มีหลักฐานที่จะกล่าวหาหรือจับกุมคนที่ต้องสงสัยได้ ขอให้ผู้เสียหายเชื่อในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จะติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

และฝากถึงประชาชน ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หากมีทรัพย์สินติดตัวมา ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ใกล้เคียง ให้ทราบเพื่อจะได้เก็บรักษาทรัพย์สินมีค่าไว้ให้

...