เจ้าหน้าที่ DSI นำตัว "มัลลิกา" ผู้บริหาร QRS โบรกเกอร์ คดี Forex ไปศาลขอฝากขัง เจ้าตัวไม่ตอบคำถามสื่อ ขณะที่การสอบปากคำก่อนหน้านี้ ปฏิเสธทุกข้อหา ขอนำเอกสารชี้แจงภายหลัง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 16 ก.ค. 69 เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ร่วมกันนำตัว น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (บริษัทผู้ดำเนินการ QRS Global ในไทย) ผู้ต้องหาในคดีหลอกลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ ฟอเร็กซ์  เพื่อไปฝากขังศาลอาญารัชดาภิเษก ภายหลังสอบสวนปากคำเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 15 ก.ค. เบื้องต้น น.ส.มัลลิกา ยังคงยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะขอนำเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในภายหลัง

เมื่อเจ้าหน้าที่คุมตัว น.ส.มัลลิกา ลงมาจากอาคารฯ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง มีความกังวลใจในคดีหรือไม่ มีอะไรที่อยากจะชี้แจงหรือไม่ เนื่องด้วยในรายงานการสืบสวนของดีเอสไอพบว่าบริษัท QRS มีการควบคุมหรือหน่วงเวลาการส่งคำสั่งซื้อขาย ควบคุมกราฟและราคา หรือปลอมแปลงกราฟภายในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ให้ไม่สอดคล้องกับราคาตลาดโลก ส่งผลให้ผู้ลงทุนเกิดความเสียหายและสูญเสียเงินลงทุนนั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ปรากฏว่า น.ส.มัลลิกา ได้แต่เดินก้มหน้า ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่า ในกรณีคดีที่เกิดขึ้นก็ยังมีกลุ่มผู้ที่เชื่อมั่นในบริษัท QRS ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมบริษัท QRS จึงเป็นโบรกเกอร์เพียงเจ้าเดียวที่ถูกดำเนินคดี มีความคิดเห็นอย่างไรหรือไม่ น.ส.มัลลิกา ก็ไม่ได้ตอบคำถามเช่นเดียวกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะขออนุญาตยุติการสัมภาษณ์ของสื่อมวลชน เพื่อควบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก่อนขับออกจากพื้นที่อาคาร เพื่อนำตัวไปยื่นฝากขังต่อศาลอาญารัชดาภิเษก ตามขั้นตอนกฎหมาย 

...

ผู้สื่อข่าวสังเกตพบว่า ระหว่างการควบคุมตัว น.ส.มัลลิกา ขึ้นรถตู้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้มีการถือถุงกระดาษ ซึ่งเป็นถุงสำหรับใส่ยารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลพระราม 9 ขณะที่ น.ส.มัลลิกา ได้เปลี่ยนเสื้อจากวันที่ถูกจับกุม โดยใส่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวมีลาย สวมหน้ากากอนามัยสีส้ม และใส่แว่นสายตา และเมื่อขึ้นไปนั่งบนรถตู้ น.ส.มัลลิกา ได้เบี่ยงหน้ามองไปทางหน้าต่างด้านขวาของตนเอง

ทั้งนี้ น.ส.มัลลิกา มากสลุด เป็นเจ้าของโบรกเกอร์ QRS ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ แต่ได้นำมาใช้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยมีพฤติการณ์ชักชวนประชาชนร่วมลงทุนผ่านการโฆษณาในหลากหลายรูปแบบ เช่น การกล่าวอ้างว่าได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างประเทศ รับประกันผลตอบแทนหรือกำไร เสนอผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 20–30 ภายใน 7 วัน และชักชวนผู้ลงทุนเข้ากลุ่มปิดเพื่อรับสัญญาณการซื้อขาย (Signal Trade) นอกจากนี้ ยังกระทำการควบคุมหรือหน่วงเวลาการส่งคำสั่งซื้อขาย ควบคุมกราฟและราคา หรือปลอมแปลงกราฟภายในแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ให้ไม่สอดคล้องกับราคาตลาดโลก ส่งผลให้ผู้ลงทุนเกิดความเสียหายและสูญเสียเงินลงทุน เมื่อผู้ลงทุนประสงค์ถอนเงิน มักถูกกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ให้ชำระภาษี ค่าธรรมเนียมการถอนเงินล่วงหน้า หรืออ้างเหตุขัดข้องของระบบ เพื่อไม่ให้สามารถถอนเงินได้ พฤติการณ์ดังกล่าวยังใช้รูปแบบการตลาดแบบเครือข่าย โดยเมื่อผู้ลงทุนเริ่มได้รับความเสียหาย จะถูกชักชวนให้สมัครเป็นผู้แนะนำโบรกเกอร์ (Introducing Broker: IB) เพื่อไปชักชวนผู้ลงทุนรายใหม่เข้าสู่ระบบ แลกกับค่าตอบแทนทั้งในรูปเงินเดือนและค่านายหน้าจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ของผู้ลงทุนที่ตนแนะนำในอัตราร้อยละ 10–50 โดยไม่คำนึงว่าผู้ลงทุนนั้นจะได้รับกำไรหรือขาดทุน