ผบ.ตร. รับ ยังไม่ชัดเจน ประตูทางออก “โรงเบียร์ลาดพร้าว” ล็อกหรือไม่ คาด อาจจะปิด อยู่ระหว่างสอบสวน เผย ไล่สอบผู้เกี่ยวข้องร้านทั้งหมด รับผิดทางแพ่ง หากเจ้าของกิจการเสียชีวิต ชี้ ไม่ตั้งกรอบเวลา ขอแค่ถูกต้อง ครบถ้วน จ่อใช้แพลตฟอร์มเช็กลิสต์ร้านอาหาร ให้นครบาลนำร่อง
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แต่ทราบว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรักษาการแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ได้ประชุมกันอยู่ที่นครบาล ซึ่งตนได้มอบหมายประเด็นการสอบสวนไป ตนได้ให้ประเด็นสอบสวนในเรื่องการแบ่งกลุ่ม อยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า สถานะของเจ้าของร้านขณะนี้ ยังคงเป็นเคสสีแดง รักษาตัวอยู่ห้องไอซียู ยังไม่สามารถให้ปากคำได้
เมื่อถามว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยให้สัมภาษณ์ว่า ร้านได้ประกอบกิจการผิดประเภท ทางตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไร พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบว่าร้านได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่ จากนั้นต้องตรวจสอบต่อว่า เมื่อได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจ กิจการ ผิดประเภทหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในช่วงการสอบสวน
ส่วนมีกระแสข่าวว่าประตูทางออกถูกปิดล็อก มีความชัดเจนในเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจน แต่จากการลงพื้นที่ของตน พบว่ามีประตูทั้งหมด 4 บาน ประตู 1 และ 2 เป็นประตูทางเข้าออกอยู่ติดกับถนนลาดพร้าว
ส่วนประตู 3 อยู่ติดกับห้องน้ำชาย พบว่ามีกลอนอยู่สองกลอน และลูกบิด ซึ่งดูจากลักษณะแล้ว มีโต๊ะวางอยู่ และมีลูกอมกระจัดกระจาย หากมองในแง่มุมธุรกิจการรับประทานอาหาร หากเปิดประตูนี้ไว้ ใครรับประทานอาหารเสร็จก็ต้องออกประตูนี้ไปเลยแบบไม่ได้จ่ายเงิน ซึ่งเราจึงสันนิษฐานว่าประตูดังกล่าวอาจจะปิด ตอนนี้ตนได้ให้มีการดูภาพถ่ายและสอบพยานเพิ่มเติม
ส่วนประตูที่ 4 เป็นประตูด้านห้องครัว เราสันนิษฐานว่า เป็นประตูที่พนักงาน ลูกจ้าง พ่อครัว แม่ครัว ใช้เข้าออก แต่ในระหว่างที่เกิดเหตุมีการใช้ประตูดังกล่าวหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวนอยู่ แต่มีข้อสังเกตคือประตูที่สี่เป็นแบบบานเลื่อน มีหมุดนอตอยู่ 2 จุด ลักษณะเป็นเหมือนที่จับประตู จึงสันนิษฐานว่าที่จับประตูหายไป เราไม่ทราบว่าเกิดจากการชำรุดหรือการทำลายในขณะที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างการสอบสวนเช่นเดียวกัน
ส่วนประตูทางออกหนีไฟไม่มีป้ายบอกชัดเจน ถือว่ามีความผิดหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า มีป้ายเล็กๆ เหนือทางออกประตูที่ 4 ทางไปห้องครัว แต่อยู่ในลักษณะถูกเพลิงไหม้ทำลาย จึงให้ พฐ.ตรวจสอบว่าคือป้ายอะไร เป็นป้ายทางออกหรือไม่ และใช้ได้หรือไม่ แต่ในขณะเกิดเหตุนั้นไฟดับ และควันสีดำจะทำให้เรามองไม่เห็น
...
เมื่อถามว่าหากเจ้าของร้านเสียชีวิต ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนได้ให้มีการสอบสวนผู้ประกอบการ และหุ้นส่วน ประกอบด้วย หากเจ้าของร้านเสียชีวิต กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนว่า หากมีการแจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาท จะเป็นเรื่องของการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ตามที่บทบัญญัติกฎหมายระบุไว้ แต่ความรับผิดที่เกิดขึ้นทางแพ่ง หุ้นส่วนหรือ ผู้จดทะเบียนร่วม พ่อครัวแม่ครัว ลูกจ้างพนักงาน ผู้จัดการร้าน รวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดเป็นใครอย่างไร ได้มีแบ่งกลุ่มเพื่อสอบสวนแล้ว ว่าข้อเท็จจริงเกิดอะไรขึ้น และรอการรายงานพิสูจน์หลักฐานในอนาคต
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้ตั้งกรอบระยะเวลาในการสืบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความเสียใจอย่างยิ่ง หากจำกันได้ เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันที่ซานติก้าผับและเมาน์เทน บี ดังนั้นตนได้พูดไปแล้วว่า ไม่ควรเป็นอุทาหรณ์แล้ว แต่ต้องเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบ ซึ่งกรอบเวลานั้น ตนให้แค่ว่าต้องเร็ว ถูกต้องและรอบคอบ ชัดเจน หากไปกำหนดกรอบให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะเร่งรีบตามคำสั่ง จึงอยากให้ทำงานรัดกุมและรอบคอบ ส่วนจะใช้เวลากี่วัน เชื่อว่าทุกคนเข้าใจดี เพราะเป็นเรื่องที่มีความเสียหาย และเพลิงไหม้ได้ทำลายหลายอย่าง จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ทราบ
ส่วนการปูพรมตรวจสอบ ถือว่ามีความบกพร่องหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบร้านอาหารได้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะเราต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบ อย่าทำให้เป็นอุทาหรณ์อีกเลย ตนได้คิดข้อสั่งการเอง ให้เปิดงานที่นครบาล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้รับคำสั่งและคำแนะนำจากตนไป 10 ประเด็น เพื่อจัดทำแพลตฟอร์ม ร่วมกับเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำเป็นเช็คลิสต์ เช่น แผนการอพยพ การหนีไฟ การออกช่องทางฉุกเฉิน ว่ามีการทำครบถ้วนหรือไม่ หากดำเนินการครบทุกกระบวนการ ก็จะไปตรวจสอบร่วมกับเขต ยืนยันว่า ผิดก็ว่าไปตามผิด
อย่างไรก็ตาม ตนเข้าใจผู้ประกอบการดีว่าอยากได้กำไร แต่ผลประกอบการธุรกิจ ต้องคำนึงถึงความเสียหายและความปลอดภัยที่จะเกิดกับผู้ใช้บริการด้วย เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงอย่างสูง เช่นเดียวกับการทะเลาะวิวาท ต้องมีแผนการเคลื่อนย้ายคน และระงับเหตุให้ได้ ซึ่งตนได้มอบ กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นหน่วยงานเริ่มต้นก่อนขยายไปตามภูมิภาคต่างๆ
...