คาราโอเกะกลางเมืองเชียงใหม่ เก็บค่าบริการมหาโหดโผล่อีก คราวนี้ 2 หนุ่มอังกฤษเข้าแจ้งความดำเนินคดี ไปเที่ยวคืนเดียว เจอรูดบัตรเครดิตไป 1.5 แสนบาท ทางร้านอ้าง เรียกเด็กนั่งดริงก์เกือบทั้งร้าน คิดค่าบริการชั่วโมงละ 700 บาท ต่อคนต่อชั่วโมง เป็นเวลา 5 ชั่วโมง จนถึงช่วง 7 โมงกว่า ก่อนจะเช็กบิลออกมาดังกล่าว ตำรวจเรียกสอบเพิ่ม ให้เจรจาไกล่เกลี่ยกัน
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (13 ก.ค.69) ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ภรรยาชาวไทยของชายชาวอังกฤษ ผู้เสียหาย พร้อมด้วยนายดำรง บุญประคอง ทนายความ เดินทางมาพบกับคู่กรณี หลังจากที่ตำรวจได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำเพิ่มเติม และได้ให้เจรจาไกล่เกลี่ยกัน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สามีชาวอังกฤษ ซึ่งได้แต่งงานกับภรรยาชาวไทย มีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนชาวอังกฤษที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ภายหลังจากที่มากินดื่มกันที่ร้านอาหารย่านถนนนิมมานเหมินทร์ จนเมาอย่างหนักแล้ว ได้เดินทางไปเที่ยวร้านคาราโอเกะย่านคูเมืองเชียงใหม่กันต่อ
และหายตัวไปตลอดทั้งคืน ช่วงสายของอีกวันถึงจะกลับบ้าน และมาทราบภายหลังว่าทางร้านคาราโอเกะได้มีการคิดค่าบริการมหาโหด รูดบัตรเครดิตเต็มวงเงิน หมดไปเกือบ 1 แสน 5 หมื่นบาท ทั้งบัตรเครดิตของสามีชาวอังกฤษ และบัตรเงินสดของภรรยาชาวไทยที่ติดไปกับสามี จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับทางร้าน เนื่องจากมีการเรียกเก็บค่าบริการเกินจริง
ภรรยาผู้เสียหายให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า วันเกิดเหตุสามีของตนและเพื่อนได้ไปเที่ยวร้านอาหารอิตาลีย่านนิมมานเหมินทร์มาก่อน และมีอาการมึนเมามากแล้ว จึงได้ไปต่อที่ร้านคาราโอเกะย่านคูเมืองเชียงใหม่ รอบแรกนั้นเมื่อเช็กบิล 700 กว่าบาท เพื่อนสามีก็ได้จ่ายไป และขณะทั้งสองและเพื่อนจะออกจากร้าน แต่มีพนักงานภายในร้านจะให้ใช้บริการต่อ แต่สามีบอกว่าจะโทรเรียกตำรวจ เขาจึงได้ปล่อยตัวออกมา
ก่อนที่ทั้งสองจะไปเรียกรถตุ๊กตุ๊กจากหน้าร้านให้ไปส่งเพื่อนที่โรงแรมย่านนิมมานเหมินทร์ เมื่อส่งเพื่อนเสร็จแล้ว ได้บอกให้ตุ๊กตุ๊กไปส่งสามีชาวอังกฤษที่บ้านพักในอำเภอหางดง ทั้ง ๆ ที่อยู่ในสภาพเมาแทบไม่ได้สติ แต่คนขับรถตุ๊กตุ๊กดังกล่าวกลับพาสามีชาวอังกฤษกลับมายังร้านคาราโอเกะเดิมอีก
ซึ่งขณะนั้นสามีของตนเองหลับไม่ได้สติแล้ว จนมาพบอีกทีทราบว่าได้ถูกทางร้านนำบัตรเครดิตของสามีไปรูด 124,110 บาท และบัตรเครดิตอีกใบของตนเองถูกรูดเงินสดไปอีก 26,400 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบกับทางธนาคารแล้วพบว่ามีการโอนเงินในบัตรเครดิตไปยังบัญชีพร้อมเพย์ของบุคคล 2 คน ทั้งหมดถูกรูดไปในเวลาไล่เลี่ยกันภายในครึ่งชั่วโมง ดังนั้นเธอจึงพาสามีเข้าแจ้งความ เพราะมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครอีก เพราะที่ผ่านมาเห็นมีแต่ข่าว ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับสามีตนเอง
...
ล่าสุดทั้ง 2 ฝ่ายยังคงเจรจาไกล่เกลี่ยกัน โดยทางร้านอ้างว่า นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คนมาใช้บริการจริง และมีการเรียกเด็กพนักงานสาวของร้านเกือบทั้งร้านมานั่งดริงก์ด้วย คิดชั่วโมงละ 700 บาท ต่อคนต่อชั่วโมง เป็นเวลา 5 ชั่วโมง จนถึงช่วง 7 โมงกว่า ก่อนจะเช็กบิลออกมาดังกล่าว
ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายตั้งคำถามว่าทำไมราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริงขนาดนี้ นักท่องเที่ยว 2 คนจะใช้บริการสูงถึงเกือบ 1 แสน 5 หมื่นบาทในเวลา 5 ชั่วโมงจริงหรือ อีกทั้งสภาพของสามีตนและเพื่อนที่ไปก็เมาแบบไม่ได้สติแล้ว และตั้งข้อสังเกตอีกว่าเหตุใดมีการรูดบัตรเครดิตหลายรอบ ยอดเงินไม่เท่ากัน หากเป็นค่าบริการจริง ทำไมไม่รูดเต็มจำนวนครั้งเดียว อีกทั้งวงเงินในบัตรของสามีถูกตั้งไว้ไม่ให้เกินวงเงินจำนวน 5 หมื่นบาท แต่กลับถูกรูดไปได้มากกว่าวงเงินที่จำกัดไว้ และบัตรของตนที่อยู่กับสามี เหตุใดจึงถูกใช้รูดเงินสด และยังพบว่ายอดเงินไม่ได้เข้าเฉพาะร้าน แต่ยังเข้าบัญชีส่วนตัวด้วย
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสงสัยว่าคนขับตุ๊กตุ๊กจะมีส่วนรู้เห็นในการลวงนักท่องเที่ยวไปใช้บริการหรือไม่ เพราะตามเส้นทางที่ดูจากมือถือของผู้เสียหายพบว่าถูกพาวนไปตามถนนท่าแพ ถนนลอยเคราะห์ ถนนช้างม่อย อยู่หลายรอบ สุดท้ายก็แวะกลับไปที่ร้านที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ทีมข่าวพบว่า เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้งกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถูกร้านคาราโอเกะคิดค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าบริการของพนักงานสูงเกินความเป็นจริง จนเกิดปัญหามาหลายต่อหลายครั้ง โดยมีรูปแบบเดิม คือคนขับรถรับจ้างที่คาดว่าจะมีการหากินกับค่านายหน้า พานักท่องเที่ยวไปถูกตบทรัพย์เช่นนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหา หวั่นจะกระทบภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว.
...