"คดีแอร์มีนา" ล่าสุด ออกหมายจับ 3 คนลาว นำส่งพัสดุภัณฑ์ซุกซ่อนเฮโรอีนเข้าไทย หาคนหิ้วไปประเทศที่ 3 เชื่อได้ตัวเร็วๆ นี้ "พ.ต.ต.สุริยา" ยันพยายามทำความจริงให้ปรากฏ ไม่ใช่ฟอกขาวให้แอร์สาว

ที่สำนักงาน ป.ป.ส. วันที่ 10 ก.ค. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่รับผิดชอบด้านยาเสพติด ร่วมประชุมเพื่อหารือในหลากหลายประเด็นเกี่ยวกับคดียาเสพติดข้ามชาติ และคดีของแอร์โฮสเตสสาวชาวไทย หลังการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ภายหลังจากที่ได้มีการประชุมหารือร่วมกับทางดีเอสไอ เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ป.ป.ส. ได้มีการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างบริเวณซอยรางน้ำ หลักสี่ และรามคำแหง เพื่อขอให้ดีเอสไอรับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ กระทั่งล่าสุดดีเอสไอสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอาญารัชดาภิเษกออกหมายจับบุคคล เพศชาย จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย คนลาว 3 ราย และคนไทย 1 ราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนำส่งพัสดุภัณฑ์ที่บรรจุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนจากฝั่ง สปป.ลาว ก่อนส่งเข้ามายังประเทศไทย ข้ามฝั่งผ่านแม่น้ำโขง จ.เลย เพื่อนำส่งให้กับสองสามีภรรยา (นายอาทิตย์ คนไทย และนางทัดสะพอน คนลาว) ก่อนรับไปจัดส่งพัสดุที่บริษัทขนส่งในพื้นที่ เพื่อส่งไปยังผู้รับในกรุงเทพฯ และเตรียมส่งออกประเทศปลายทางที่สาม เช่น ประเทศออสเตรเลีย และไต้หวัน 

ซึ่งในส่วนของหมายจับ 4 รายนี้ ตนจะยังไม่ขอเปิดเผยชื่อและสกุล หรือรายละเอียดเชิงลึก แต่ขอให้ความมั่นใจว่าเราได้ประสานความร่วมมือกับทาง สปป.ลาว ตั้งแต่เริ่มต้นวันที่ 2 ก.ค.จวบจนปัจจุบัน คาดว่าจะมีความคืบหน้าจากทาง สปป.ลาว ในการช่วยติดตามจับกุมตัวนำส่งไทยดำเนินคดีภายในเร็ววันนี้ และมองว่าหนีไม่รอด เราเชื่อในความสามารถของ สปป.ลาว ด้วยทาง สปป.ลาว ค่อนข้างมีความกังวลและตระหนักในเรื่องปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม เรายังคงได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก สปป.ลาว ส่วนรายละเอียดทางคดีนั้น ทาง ป.ป.ส. และดีเอสไอมีความเห็นร่วมกันว่าเราจะทำลายโครงข่ายของการนำพาเฮโรอีนหรือยาเสพติดทุกชนิดออกจากประเทศไทย จึงจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างสูงสุดกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง 

...


พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ของชายชาวลาวทั้ง 3 รายนี้ ถือเป็นคนนำเอายาเสพติดจากฝั่งประเทศลาวเอง ที่บรรจุพัสดุภัณฑ์ซุกซ่อนเฮโรอีนเรียบร้อยแล้ว มาส่งให้คนไทย (นายอาทิตย์ และนางทัดสะพอน สองสามีภรรยา) รอรับที่ใต้ต้นมะเดื่อฝั่งไทย ริมแม่น้ำโขง จังหวัดเลย ก่อนให้สองสามีภรรยาคู่นี้นำจัดส่งพัสดุเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ส่วนชายชาวลาว 3 รายนี้ จะเรียกว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดเลยหรือไม่นั้น แต่เรายังไม่ตัดประเด็นดังกล่าว เพราะพฤติการณ์ตอนนี้ที่พบคือ ในฐานะคนนำส่งยาเสพติดจากฝั่งประเทศลาวมายังประเทศไทย ตอนนี้เราจึงต้องร่วมมือกับลาว เพื่อขยายผลว่ายาเสพติดที่เขานำส่งข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมายังประเทศไทย มีขบวนการเบื้องหลังคือใคร 

ทั้งนี้ ตนพอมีข้อมูลเชิงลึกแล้วว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังยาเสพติดเฮโรอีนเหล่านี้คือใคร โดยทราบว่าเป็นคนลาว ไม่ใช่ลูกครึ่ง และเคยมีประวัติคดีเกี่ยวกับยาเสพติดในประเทศไทยมาก่อน ตนเชื่อว่าเราจะดำเนินการกับผู้ที่เป็นตัวการใหญ่ได้จริง ๆ และเรายังเชื่อมั่นว่าขบวนการจริง ๆ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังและรับประโยชน์สูงสุดมีมากกว่านี้ มากกว่า 4 รายที่เราขอศาลออกหมายจับ เราเชื่อมั่นว่าเป็นเครือข่ายใหญ่มาก ๆ แต่รายละเอียดเชิงลึกต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะต้องให้ทางการลาวเป็นผู้ขยายผลจับกุมตัวต่อไป เราพยายามจะขยายผลตัดรากถอนโคน โดยเน้นตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง เพื่อให้เข้าลักษณะการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ส่วนพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่าชายชาวลาว 3 รายนี้ เกี่ยวข้องกับการนำส่งพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนจากฝั่งประเทศลาวข้ามแม่น้ำโขงมาฝั่งประเทศไทย คือ การรับสารภาพของสองสามีภรรยาที่ให้การซักทอด รวมถึงยังมีพยานหลักฐานอื่นที่ชัดเจน ซึ่งเราได้มาจากการสืบสวนสอบสวน และตรวจสอบเส้นทางแผนประทุษกรรม 

ส่วนความถี่ของคนลาว 3 ราย ในการส่งยาเสพติดมายังประเทศไทย ตนพบว่ามีการดำเนินการบ่อยครั้ง ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขจำนวนครั้งได้อย่างชัดเจน เพราะขบวนการในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาสู่ประเทศไทย เมื่อยาเสพติดข้ามฝั่งมาถึงคนไทยแล้ว ก็จะมีการเปลี่ยนตัวละคร มีคนรับฝากหลายคน ตอนนี้สามารถระบุตัวตนได้แล้ว 4-5 ราย และแต่ละคนเรายังพบว่าทำมาไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่ายังมีขบวนการเครือข่ายที่รับฝากของซุกยาเสพติดนำเข้าไทยไปส่งต่างประเทศอีกหลายราย แม้ตอนนี้เราเริ่มเห็นตัวละครบางส่วนแล้วก็ตาม ก็พบว่าบางส่วนก็ถูกออกหมายจับไปบ้างแล้ว แต่เราจะไม่หยุดแค่นี้แน่นอน

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สำหรับบุคคลที่ถูกออกหมายจับ 4 รายนี้ ตนทราบว่าพำนักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เนื่องด้วยเรามีความสัมพันธ์อันดีกับ สปป.ลาว เชื่อว่าการดำเนินการของ สปป.ลาว ได้มีการลงพื้นที่และกำลังขยายผลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเขาเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอระยะเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน จะมีความคืบหน้าในเร็ววันอย่างแน่นอน


...

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า แผนประทุษกรรมในการนำพายาเสพติดจากฝั่งประเทศลาว ข้ามส่งมายังประเทศไทย ในจังหวัดเลย บริเวณริมแม่น้ำแม่น้ำโขง ฝั่งไทยจะมีต้นมะเดื่ออยู่ นี่คือจุดที่เครือข่ายทางฝั่งลาว จะพายเรือนำพัสดุที่มีการบรรจุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนไว้เรียบร้อยแล้ว นำข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาส่งให้กับเครือข่ายคนไทยที่รออยู่ใต้ต้นมะเดื่อ จากนั้นเครือข่ายคนไทยก็จะไปส่งไปรษณีย์ไปยังผู้รับปลายทาง ซึ่งผู้รับปลายทางก็จะเปรียบเสมือนคนกลาง ที่จะรับหิ้วนำส่งพัสดุไปส่งจากประเทศปลายทางที่สาม นี่จึงเป็นสาเหตุที่เราได้รวบรวมหลักฐานขอศาลอาญารัชดาภิเษก ออกหมายจับ 4 บุคคล ซึ่งเป็นคนลาว 3 คน และคนไทย 1 คน ในฐานะคนนำส่งยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย ส่วน 4 รายนี้ จะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊ค ชื่อ “Rose Rose” หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการขยายผล เพราะยังเชื่อว่ามันมีตัวละครบางส่วนที่เกี่ยวข้องกันใน 2 คดี คือ คดีขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และรายคดีของ น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยเฉพาะในกรณีตัวละคร “คนกลาง” ซึ่งอาจเป็นนายอุทัย (ไรเดอร์) ที่จะเชื่อมความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันตรงนี้ ว่าน่าจะเป็นยาเสพติดเฮโรอีนล็อตเดียวกันกับเครือข่ายดังกล่าวก็เป็นไปได้ 

ขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ จะมีวิธีการ 2 ลักษณะ คือ มีการลักลอบนำเข้ามาจากทางภาคอีสาน บริเวณพื้นที่จังหวัดเลย ข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาถึงประเทศไทย จะเรียกว่าเป็นการส่งของแบบมือชนมือ เมื่อคนที่อาศัยอยู่ในภาคอีสานได้รับพัสดุสิ่งของ แล้วนำไปส่งให้คนกลาง เพื่อที่จะนำยาเสพติดเข้ามาที่กรุงเทพฯ ชั้นใน แล้วจากนั้นก็จะมีคนของ เพื่อส่งให้กับบุคคลที่รับหน้าที่รับหิ้วสินค้า เพื่อที่คนรับหิ้วสินค้าเหล่านี้ จะได้นำส่งไปยังประเทศปลายทางที่สามได้ ส่วนในแบบที่สอง เมื่อพัสดุยาเสพติดถูกส่งข้ามฝั่งจากลาวมายังประเทศไทย ก็จะใช้วิธีการส่งพัสดุมาที่กรุงเทพฯ ชั้นในเลย เพื่อรอคนรับหิ้วไปส่งต่างประเทศ ดังนั้น คนกลางที่รับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ จึงมีความเป็นไปได้ว่าขบวนการอาจใช้เครือข่ายกลุ่มบุคคลเดียวกัน ซึ่งเราไม่ได้ตัดประเด็นให้จบแค่กรณีของ “Rose Rose” เพราะเชื่อว่ามีตัวละครอีกจำนวนมาก ที่เรายังต้องขยายผลและระบุตัวตน 

...

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าปลายทางออสเตรเลียที่เป็นผู้รับยาเสพติดนั้น ตนทราบว่าออสเตรเลียค่อนข้างมีความคืบหน้า เพราะเราได้มีการติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางตำรวจออสเตรเลีย ซึ่งก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะก็เป็นความเข้มข้นของออสเตรเลียจนนำมาสู่บทสรุปในเรื่องนี้ด้วย และข้อมูลที่ดีเอสไอ ป.ป.ส. ดำเนินการนั้น ก็ได้รวบรวมส่งให้ทางการออสเตรเลียด้วย เราต้องแจ้งความคืบหน้าให้ออสเตรเลียทราบทั้งหมดอยู่แล้ว 

ตอนนี้คดีของ น.ส.มีนา เราก็มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้ได้รับพยานหลักฐานมากที่สุด เราไม่อยากไปสรุปว่าทางการไทยหรือสังคมกำลังฟอกขาวให้ น.ส.มีนา เพราะเรากำลังพยายามทำข้อเท็จจริงทุกเรื่องให้ปรากฏ ถึงเจตนาว่า น.ส.มีนา มีเจตนาอย่างไร เพราะมันมีคนอื่นเกี่ยวข้องมากมาย เขาจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด ตนว่าข้อเท็จจริงที่นำมาสู่ความเป็นธรรมเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเรารู้อะไร เราก็แลกเปลี่ยนกับทางออสเตรเลีย 

ส่วนการใช้ดุลพินิจหรือพยานหลักฐานที่ทางฝั่งออสเตรเลียก็อาจมีมากกว่าเรา ก็สุดแล้วแต่ที่กระบวนการยุติธรรมออสเตรเลียจะดำเนินการ แต่ในทางของเราแม้กระทั่งรายอื่นเราก็ไม่นิ่งเฉย แม้คุณไม่มีเจตนารับรู้ว่าเป็นยาเสพติด ก็จะดำเนินการถึงที่สุดอยู่แล้ว สุดท้ายต้องมีบทเรียน สังคมไทยต้องตระหนักและต้องเลิกแสวงหาประโยชน์ที่มันผิดกฎหมาย เพราะการกระทำผิดกฎหมาย แล้วท่านไปมีส่วนร่วมในการนำพายาเสพติดไปส่งต่อต่างประเทศ ก็ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงแล้ว แม้ท่านจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม แต่ท่านกำลังทำผิดกฎหมายอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า 1 ใน 4 หมายจับ (3 คนลาว 1 คนไทย) ที่ดีเอสไอได้มีการขอศาลอาญารัชดาภิเษก ในฐานความผิด สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยทั่วไปและร่วมกันพยายามส่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป นั้น ได้มีชายชาวไทยได้ถูกจับกุมตัวแล้ว คือ นายแคล้ว (สงวนนามสกุล) ซึ่งถูกจับได้ที่จังหวัดเลย โดยพบข้อมูลว่า เป็นคนสนิทเชิงชู้สาวของนางทัดสะพอน (ภรรยาชาวลาวของนายอาทิตย์) ซึ่งในการนำส่งพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนให้กับไปรษณีย์นั้น นางทัดสะพอน มักเดินทางไปกับนายแคล้ว ส่วนชายชาวลาวอีก 3 ราย ทราบว่าอยู่ระหว่างทางการลาวเตรียมจับกุมตัวเร็ว ๆ นี้

...