ที่ระยอง พี่ชายชักปืนรัวน้องสาวดับคาที่ น้องเขยสาหัส ระหว่างลงพื้นที่รังวัดที่ดินมรดก ที่เป็นข้อพิพาท ก่อนขับรถหนี ทิ้งปริศนา รถ SUV ไฟลุกไหม้ เร่งตรวจสอบ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ก.ค. 2569 พ.ต.ท.สุริยา กุลบุญญา สว.(สอบสวน) สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณที่ก่อสร้าง ห้องแถวไม่มีเลขที่ ม.2 ซอย 10 สาย 11 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศล จุดนิคมพัฒนา เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่กำลังก่อสร้างห้องเช่า พบรถยนต์อเนกประสงค์สีขาวคันหนึ่งมีเพลิงลุกไหม้บริเวณด้านหน้ารถอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลมะขามคู่ และเทศบาลพนานิคม ระดมฉีดน้ำจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ตรวจสอบบริเวณใกล้กันพบศพ น.ส.อรวรรณ อายุประมาณ 60 ปี ถูกยิงที่หน้าอกเสียชีวิตคาที่ ส่วนชายซึ่งเป็นน้องเขยของผู้ก่อเหตุ ถูกยิงเข้าที่บริเวณ ท้ายทอยด้านซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ขณะที่ผู้ก่อเหตุอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีออกจากพื้นที่ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของ น.ส.อรวรรณ ผู้เสียชีวิต และเป็นพี่เขยของผู้บาดเจ็บ โดยทั้งสองฝ่ายมีข้อพิพาทเรื่องมรดกที่ดินมายาวนาน จนถึงขั้นฟ้องร้องกันต่อศาล

...


กระทั่งในวันเกิดเหตุ ศาลจังหวัดระยองได้นัดคู่กรณี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อสอบแนวเขตรังวัดที่ดิน แต่การเจรจาไม่สามารถหาข้อยุติได้ เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนผู้ก่อเหตุจะเกิดบันดาลโทสะ ชักอาวุธปืนที่พกติดตัวออกมากระหน่ำยิงน้องสาวและน้องเขยหลายนัด ทำให้ น.ส.อรวรรณ ล้มฟุบเสียชีวิตคาที่ ส่วนน้องเขยได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนมือปืนจะหลบหนีไปตามเส้นทางบ้านบึงอย่างรวดเร็ว

ส่วนรถยนต์อเนกประสงค์สีขาวที่เกิดเพลิงลุกไหม้ภายในที่เกิดเหตุ ยังเป็นอีกหนึ่งปริศนาที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งคลี่คลาย โดยยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเพลิงไหม้เกิดจากกระสุนปืน หรือมีการจุดไฟเผาหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิต มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป