ตำรวจไซเบอร์ บุกรวบคาบ้านพัก หนุ่มช่างภาพวัย 23 ปี หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีปล่อยภาพลับและคลิปอดีตแฟนสาวลงโซเชียล ยังให้การภาคเสธ อ้างทำไปเพราะความคึกคะนอง

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. สนธิกำลังตำรวจ บก.สอท.3 ตำรวจ บก.ปอท. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (TICAC) นำหมายค้นศาลจังหวัดสกลนคร ค้นห้องพัก ของหอพักแห่งหนึ่ง ภายในชุมชนดงพัฒนา ซอยดงพัฒนา 7 ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร และเข้าจับกุมตัวนายนพพล พระสลัก อายุ 23 ปี ชาว จ.สกลนคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3731/2569 ในความผิดฐาน “นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ , เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก”

ผลการตรวจค้นภายในห้องพักพบอุปกรณ์ถ่ายภาพสตูดิโอจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือของนายนพพล ยังมีคลิปที่ถ่ายกับแฟนใหม่เก็บไว้อยู่ จึงตรวจยึดการ์ดกล้อง โน้ตบุ๊ก แฟลชไดรฟ์ เพื่อนำไปตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม

พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวว่า ในคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาววัย 19 ปี ได้มอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท ในกรณีผู้เสียหายถูกนายนพพล เผยแพร่คลิปลามกอนาจารลงในโซเชียล โดยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งวันนี้จึงได้ดำเนินการทำการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องไปทำการตรวจสอบ

เบื้องต้นนายนพพลให้การยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ภาพลับอดีตแฟนสาวลงทางแอปพลิเคชันติ๊กต็อกในกลุ่มดิสคอร์ด ชื่อ “middam” มีสมาชิกกว่า 1 แสนราย และโพสต์แค่ 2-3 รายเท่านั้น ซึ่งก็ต้องเรียกมาทำการสอบสวน รวมถึงดูว่ายังมีผู้เสียหายรายอื่นๆ ตกเป็นผู้เสียหายอีกหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมัธยม ที่จ้างถ่ายแล้วถูกนำภาพไปแบล็กเมล จากการตรวจค้นเบื้องต้นพบว่ามีภาพและมีการโพสต์จริง แต่ทำไปเพราะความคึกคะนอง

ส่วนรายได้หลักไม่ได้มาจากการขายคลิป แต่มาจากการรับจ้างถ่ายภาพงานต่างๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาพเด็กนักเรียนมัธยม ที่อยากมีภาพถ่ายเป็นของตัวเอง รายได้ต่อเดือน 2-3 หมื่นบาท แต่ยังให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้นำไปแสวงหาประโยชน์อย่างอื่น ส่วนนี้ก็ต้องตรวจสอบเส้นเงินว่ามีการเชื่อมโยงถึงเว็บใดบ้าง หากพบก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

รอง ผบช.สอท. กล่าวต่อว่า อยากฝากไปยังผู้ปกครองโดยเฉพาะเด็กนักเรียนหญิงที่อยู่ในช่วงมัธยม การถ่ายรูปตัวเองกับช่างภาพ หรือถ่ายรูปลับตัวเองเก็บไว้ มันมีช่องทางที่จะหลุดไปได้ รวมถึงแม้จะเป็นคนรักกันก็ตาม วันหนึ่งรักกันก็ไม่มีอะไร แต่วันใดหมดรักก็อาจจะถูกนำมาใช้ข่มขู่หรือนำไปขายได้

...


ด้านนายศุภสิทธิ์ ศิริ ทนายความสำนักงานกฎหมายวงศกรณ์ กล่าวว่า ที่มาของเคสนี้ เกิดจากมีนักศึกษามหาลัยหลายคนขอความช่วยเหลือ กรณีที่ขู่ปล่อยภาพลับ บางคนถูกเว็บพนันนำภาพที่ถูกถ่ายไปใช้โปรโมตเว็บ เมื่อสืบต่อกลับกลายเป็นเรื่องการค้า การค้าโดยการเอาสื่อลามกไปใช้ในเว็บไซต์พนัน ซึ่งเป็นเว็บไซต์พนันเดียวกันกับที่คุณฮาย อาภาพร ถูกนำภาพไปใช้และมีความเชื่อมโยงกันมาก่อน ก็คือเว็บยูฟ่า จนมาเจอภาพน้องอยู่ในคลิปจึงได้ตามต่อว่าใครเป็นคนนำคลิปมาแสวงหาประโยชน์ทางการค้า ก็เจอว่าเป็นตัวแฟนเก่าน้อง เพราะว่าน้องให้การว่าตอนที่อยู่กับแฟน รายได้หลักคือเป็นช่างภาพ และมักจะถ่ายแต่เฉพาะวิดีโอที่เป็นนักเรียนนักศึกษา ม.ปลาย กับเด็กที่กำลังจบ แล้วพอเข้าไปดูเพจก็พบว่ามีการรับถ่ายรูปแบบแนวเซ็กซี่ ด้วย




เชื่อว่ามีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งตอนนี้มีผู้เสียหายนับ 10 คนและน้องผู้เสียหายรายนี้เป็นคนที่ 11 ที่ผ่านมาทางสำนักงานมีเรื่องแบบนี้เข้ามาขอความช่วยเหลือเฉลี่ยวันละ 1 เรื่อง ต้องบอกว่าตอนคนรักกันการถ่ายรูปที่ร่วมรักกันถามว่าผิดหรือไม่ ต้องบอกว่าพูดยาก เมื่อถ่ายแล้วข้อมูลก็จะเป็นดิจิทัลดาต้า ถูกเก็บในคลาวด์ ในกูเกิลไดรฟ์ พอถึงตอนเกลียดกันขึ้นมาก็เอาสิ่งพวกนี้มาใช้ประโยชน์ขู่เรียกเงินเรียกทอง บางรายถึงกับหมดตัว หรือบางคนคิดสั้น ทางที่ดีอย่าถ่ายเก็บไว้ดีที่สุด

ยังมีอีกหลายเคสที่เด็กนักศึกษาไม่กล้าไปแจ้งความ แต่ติดต่อเข้ามาที่สำนักงาน ซึ่งมีหลายเคสมากที่ทำเรื่องแบบนี้ ต้องบอกว่าหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าถ้าคลิปหลุดก็ปล่อยไป แต่คุณจะกลายเป็นเหยื่อทางการค้าโดยการเอาคลิปไปแปะลิงก์และเราเองก็จะกลายเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นเข้าไปดูและเมื่อเข้าไปแล้วก็อาจจะหันไปเล่นพนันแทน