เชียงราย เกิดเหตุสลดกลางดึก หนุ่มใหญ่วัย 42 ปี ชักอาวุธปืนรัวยิงครอบครัวภรรยา ดับคาที่ 2 ศพ เจ็บสาหัสอีก 2 ราย ก่อนซิ่งหนีข้ามอำเภอ สุดท้ายตำรวจระดมปิดล้อมติดตามลากคอได้ทันควันพร้อมอาวุธปืนของกลาง เร่งสอบสวนหาสาเหตุแรงจูงใจในการก่อเหตุ

เหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 21.45 น. ของวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายร่างกาย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.สงกรานต์ สันวงค์ ผกก.สภ.เวียงแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ต.กฤจติภูมิ ทาบุญ สว.(สอบสวน) นำกำลังเจ้าหน้าที่และชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

...



ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนคว่ำหน้าอยู่รวม 4 ราย จึงได้ประสานโรงพยาบาลเวียงแก่น เร่งนำส่งรักษาเป็นการด่วน ต่อมาพบว่ามีผู้ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย คือ นางสุพรรณี วรพัฒน์ อายุ 55 ปี พี่สาวของภรรยาผู้ก่อเหตุ และ นายเกรียงศักดิ์ นิ่มนวล ซึ่งเป็นญาติ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ประกอบด้วย นางสุนิดา ภาษี อายุ 52 ปี ภรรยาของผู้ก่อเหตุ และ นายศิรักษ์ ภาษี อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นลูกชายติดภรรยา

สำหรับผู้ก่อเหตุตรวจสอบทราบชื่อ คือ นายกฤชกร สิทธิขันแก้ว อายุ 42 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ซึ่งหลังก่อเหตุอาศัยความมืดหลบหนีออกจากพื้นที่ไปพร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ



ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. วันนี้ (7 กรกฎาคม 2569) ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.พิพัฒน์ นาระเดช รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกูล ผกก.สืบสวน ภ.จว.เชียงราย นำกำลังชุดสืบสวนประสานความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.เวียงแก่น และ สภ.เวียงเชียงรุ้ง แกะรอยไล่ล่าติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับอย่างกระชั้นชิด

...




กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนายกฤชกร ผู้ต้องหารายนี้ได้สำเร็จ ขณะหลบหนีเข้ามาในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมแจ้งข้อหาหนัก "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงในการก่อเหตุสลดในครั้งนี้ต่อไป