ป.ป.ส. ขยายผล กรณี “แอร์สาวขนเฮโรอีน” ค้นเครือข่ายยาเสพติด ยันทราบต้นทางแล้ว มาจากต่างประเทศ ใช้ไทยเป็นจุดบรรจุ ส่วนคดีจับที่รางน้ำ เป็นเพียงคดีทั่วไป ไม่เกี่ยวกับ “มีนา” 

วันที่ 2 ก.ค. 69 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะโฆษก ป.ป.ส.เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ และจากการตรวจค้นพบว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติดที่มีต้นตอมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีแอร์สาวหรือไม่นั้น เบื้องต้นพบว่ามีทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง จึงขอเวลาช่วงเช้าวันนี้ให้เจ้าหน้าที่ชุดทำงานได้รวบรวมผลการตรวจค้นทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการจับกุมกลุ่มบุคคลที่คาดว่าเป็นคนขับรถยนต์เก๋ง หรือผู้เกี่ยวข้องในซอยรางน้ำช่วงกลางดึกวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นเพียงคดีทั่วไปตามพฤติการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว ยังไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคดีของ น.ส.มีนา โดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ป.ป.ส. กำลังเร่งขยายผลขบวนการนี้ในอีกหลายส่วน ขอให้รออีกหน่อย คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะมีความชัดเจน ตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีรถยนต์ต้องสงสัย ที่อาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งพัสดุยาเสพติดเฮโรอีนนั้น มั่นใจว่าพื้นที่กรุงเทพฯ มีกล้องวงจรปิด จำนวนมาก แม้เจ้าตัวจะไม่เข้ามารายงานตัว เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามตัวมาสอบสวน เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้อย่างแน่นอน

สำหรับเป้าหมายสำคัญของการขยายผลภายใน 1-2 วันนี้ คือ การตัดวงจรและหาเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังประเทศปลายทางออสเตรเลีย โดยพฤติการณ์ของเครือข่ายนี้จะมีกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็น “นักบิน” หรือคนวิ่งของคอยลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ ก่อนส่งออกนอกประเทศ ขณะนี้ ป.ป.ส. ทราบข้อมูลและเส้นทางบางส่วนแล้ว รวมทั้งทราบตัวกลุ่มผู้ร่วมขบวนการและผู้รับปลายทางในออสเตรเลีย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะนำไปต่อจิ๊กซอว์ร่วมกับทางการออสเตรเลียต่อไป 

...

ส่วนประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด น.ส.มีนา จึงหลงเชื่อและไว้วางใจเพจเฟซบุ๊ก “Rose Rose” จนยอมรับหิ้วกระเป๋าเดินทางข้ามประเทศ ทั้งที่มีกฎเหล็กห้ามลูกเรือรับหิ้วของโดยเด็ดขาด ประเด็นนี้เราเองก็ตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอด เนื่องจากสินค้าที่ส่งมา ไม่มีการระบุที่มาของเจ้าของอย่างชัดเจน ซึ่งผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดคือตัว น.ส.มีนา โดยขณะนี้ทางการออสเตรเลียกำลังอยู่ระหว่างสรุปและรวบรวมคำให้การส่งมาให้ ป.ป.ส. เช่นกัน

ขณะนี้ ป.ป.ส. ทราบแหล่งที่มาของขบวนการยาเสพติดและกระเป๋าผ้าที่เกี่ยวข้องกับคดีของแอร์สาวแล้ว แต่อยู่ระหว่างปฏิบัติการเชิงลึก จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ โดยยืนยันได้เพียงว่า ทราบต้นทางของยาเสพติดประเภทเฮโรอีนที่แอร์สาวนำมาแล้ว ซึ่งมีต้นทางมาจากต่างประเทศอย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นพื้นที่ใดนั้น อยู่ระหว่างไล่เส้นทาง เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดใช้เส้นทางลำเลียงหลัก 3 เส้นทาง ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจ.กาญจนบุรี เพราะประเทศไทยไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติดประเภทนี้ แต่ขบวนการมักใช้ประเทศไทยเป็นจุดบรรจุและเปลี่ยนพัสดุภัณฑ์ ก่อนส่งต่อไปถึงมือของ น.ส.มีนา ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับพัสดุที่ถูกนำมาส่ง และการแชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างนั้น ยืนยันว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของนิติบุคคล พบว่าพัสดุต้องสงสัยถูกนำมาส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ขณะที่แอร์สาวมีการแชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างมาตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.เป็นการพูดคุยต่อเนื่อง ก่อนจะตกลงทำธุรกิจร่วมกัน และนัดให้นำพัสดุมาส่งในวันที่ 22 มิ.ย.นอกจากนี้ คาดว่าทางแอร์สาวน่าจะมีความสับสนเรื่องวัน และแอร์สาวให้การกับทางการออสเตรเลียว่าเป็นการรับงานลักษณะนี้เป็นครั้งแรก แต่จากข้อมูลพบว่าการเดินทางเข้า-ออกประเทศออสเตรเลียครั้งล่าสุด นับเป็นครั้งที่ 14 จึงต้องตรวจสอบว่าคำให้การดังกล่าวสอดคล้องกับพยานหลักฐานหรือไม่