เลขาธิการ ป.ป.ส. เผยจุดเริ่มต้น คดีแอร์สาว พบอวตารชื่อ “โรส” แชตฝากหิ้วของ ให้ค่าจ้าง 8,800 บาท ล่าสุดปิดบัญชีทิ้งแล้ว ขณะที่ ป.ป.ส. ลุยค้นบ้านที่ จ.พะเยา พร้อมสอบปากคำแม่ 

สำนักงาน ป.ป.ส. เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 มิ.ย. 69 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้าแอร์การบินไทยถูกจับขนเฮโรอีนที่ออสเตรเลีย ว่า การจับกุมลูกเรือสายการบินไทยที่เมืองเมลเบิร์น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เร่งแลกเปลี่ยนข้อมูลและเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมที่พักของผู้ต้องหาในประเทศไทย

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพไรเดอร์นำกล่องพัสดุมาส่งที่คอนโด ในวันที่ 22 มิ.ย. โดยในขณะนั้นแอร์สาวยังไม่กลับถึงที่พัก จึงฝากพัสดุไว้ที่ล็อบบี้ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะกลับมารับกล่องและนำขึ้นห้องพักด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจค้นห้องพักไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นเพิ่มเติม หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญแฟนหนุ่มของผู้ต้องหามาให้ข้อมูล เพื่อขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแฟนหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ข้อมูลที่ให้ยังไม่สามารถระบุตัวผู้ส่งพัสดุได้ ขณะเดียวกัน ภาพจากกล้องวงจรปิดก็สอดคล้องกับข้อมูลการสืบสวนทั้งหมด

เจ้าหน้าที่ยังทราบด้วยว่า หลังแอร์สาวเดินทางถึงออสเตรเลียและถูกจับกุม แฟนหนุ่มไม่สามารถติดต่อได้ จึงโทรศัพท์สอบถามเพื่อน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรื่องราวถูกเปิดเผย

...


ผลการสืบสวนร่วมกับตำรวจ AFP พบว่า ผู้ต้องหาได้รับการติดต่อผ่านกลุ่มรับหิ้วสินค้าในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีบัญชีอวตารชื่อ “โรส” โพสต์หาผู้ที่เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย พร้อมระบุว่าต้องการพื้นที่ว่างประมาณ 20 กิโลกรัม เพื่อฝากขนส่งสินค้าโอทอปและสินค้าไทย จากข้อมูลการสนทนาที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ แอร์สาวและแฟนหนุ่มได้เข้าไปพูดคุยกับผู้โพสต์ พร้อมสอบถามถึงความน่าเชื่อถือ เนื่องจากอีกฝ่ายใช้บัญชีอวตาร โดยผู้ต้องหาย้ำว่าไม่รับงานจากผู้ใช้บัญชีปลอม แต่คู่สนทนายืนยันว่าเป็นบัญชีที่ใช้งานเป็นประจำ ทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงรับงานในค่าจ้าง 8,800 บาท ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอัตราค่าจ้างดังกล่าวสอดคล้องกับการรับหิ้วสินค้าทั่วไปหรือไม่

หลังตกลงรับงาน ผู้ส่งได้นำพัสดุมาส่งที่คอนโด ก่อนที่แอร์สาวจะนำติดตัวเดินทางไปยังประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันบัญชีอวตารชื่อ “โรส” ได้ปิดการใช้งานไปแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ใช้บัญชีดังกล่าว เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ยังเข้าตรวจสอบบ้านพักของผู้ต้องหาที่ จ.พะเยา และสอบปากคำมารดา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหากลับบ้านครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และส่งเงินให้ครอบครัวเดือนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปผ่อนรถยนต์ที่ใช้ชื่อมารดาเป็นเจ้าของ โดยมีค่างวดประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน มารดายังให้ข้อมูลว่า ลูกสาวยังมีภาระต้องชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รายได้ไม่ได้สูงมาก และครอบครัวมีฐานะทั่วไป ประกอบอาชีพทำไร่ทำนา ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย 

ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศออสเตรเลีย ได้ให้การดูแลผู้ต้องหาตามสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะคนไทย ขณะที่คดีอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลีย โดยผู้ต้องหายังไม่ได้รับการประกันตัว และคาดว่าภายในประมาณ 4 สัปดาห์ จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนทางคดีเพิ่มเติม ส่วนการสืบสวนของไทย ยังคงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับตำรวจออสเตรเลีย เพื่อขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบขนยาเสพติดในคดีนี้ต่อไป