เจ้าหน้าที่คุมตัว "รุ่งเรือง ธิมาบุตร" ปลัดจังหวัดภูเก็ต ส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ขออำนาจฝากขัง และค้านประกันตัว คดีถูกกล่าวหาเรียกรับเงินสอบท้องถิ่น
ภายหลังจากที่ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 เข้าจับกุม นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่บ้านพักในตัวเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับพร้อมอ่านสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา ก่อนเชิญตัวไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ห้องประชุม ภ.จว.ภูเก็ต ทันที เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
โดยการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากนายรุ่งเรือง ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) จำนวน 3 ราย รายละ 300,000 บาท รวม 900,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการได้ เหตุเกิดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ต่อมาเวลา 03.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ ปปป. และกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายรุ่งเรือง ออกจากห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ขึ้นรถตู้ เดินทางไปยังศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 9 จ.สงขลา โดยมีรถตำรวจทางหลวงนำท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดเวลา ซึ่งนายรุ่งเรือง สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ ใช้ฮู้ดคลุมหัว โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวแต่อย่างใด
...
ทั้งนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่จะนำตัวนายรุ่งเรือง ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 9 ในความผิดฐาน "เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาลโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการ หรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด, เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจ เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตน ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด" พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเห็นได้ว่า เป็นการกระทำความผิดอาญามีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี เกรงจะหลบหนี และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างศาลฯ พิจารณา หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป.