ตำรวจ CIB ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลฯ (DE) และ PDPC เปิดปฏิบัติการ Cut Down Scam 2 สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล ลุยค้น 13 จังหวัด จับผู้ต้องหา 9 ราย ส่งขายข้อมูลส่วนบุคคลให้แก๊งสแกมเมอร์ 9 ล้านรายชื่อ เชื่อมโยงการแจ้งความออนไลน์ 13,677 เคสไอดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2 พันล้านบาท
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผกก.4 บก.ปปป. พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ร่วมกันแถลงข่าว ผลการปฏิบัติการ Cut Down Scam 2 ถอนรากเครือข่ายค้าข้อมูลคนไทย ลุยตรวจค้น 22 เป้าหมาย ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, นครสวรรค์, ลพบุรี, ขอนแก่น, อำนาจเจริญ, สระแก้ว, จันทบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร
...
สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาได้ 9 ราย ประกอบด้วย 1.นายบุญรัก อายุ 26 ปี 2.นายสมควร อายุ 53 ปี 3.น.ส.แสงแก้ว อายุ 24 ปี 4.นายอัซฮารี อายุ 21 ปี 5.นายจักรี อายุ 38 ปี 6.นายพูนทรัพย์ อายุ 31 ปี 7.นายวาทิน อายุ 23 ปี 8.นายนันทวัฒน์ อายุ 29 ปี 9.นายวีรยุทธ อายุ 31 ปี ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ความผิดทางอาญาอื่นใด, ร่วมกันเป็นผู้เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ เพื่อนำไปใช้ หรือให้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ความผิดทางอาญาอื่นใด โดยการขาย เสนอขาย หรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย”
พร้อมตรวจยึดของกลาง 1.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 5 เครื่อง 2.คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ 6 เครื่อง 3.Boxphone farm จำนวน 1 เครื่อง 4.อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล 2 รายการ 5.โทรศัพท์มือถือ/Tablet 31 เครื่อง 6.ซิมการ์ด จำนวน 112 ชิ้น 7.สมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม 8.บัตรอิเล็กทรอนิกส์ (ATM) 3 ใบ 9.บัตรกดเงินสด 2 ใบ 10.เงินสด 775,000 บาท 11.รถยนต์ 1 คัน 12.หนังสือเดินทาง 3 เล่ม 13.สมุดจดบันทึก 6 รายการ 14.อาวุธปืน 2 กระบอก 15.เครื่องกระสุนปืน 42 นัด
สำหรับการเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี 2568 ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Committee, PDPC) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดปฏิบัติการ “Cut Down Scam สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล” กระจายกำลังตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 8 จังหวัดทั่วประเทศ จับผู้ต้องหา 6 คน พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, บัญชีธนาคาร และสิ่งของอื่นๆ กว่า 43 รายการ
จากการตรวจสอบของกลางเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการเข้าถึงและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้อีกกว่า 6 ล้านรายชื่อ ส่งผลให้ยอดรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกพบว่ารั่วไหลรวมประมาณ 9 ล้านรายชื่อ ทำให้เชื่อว่าถูกองค์กรอาชญากรรมนำไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน หรือกรณีถูกนำไปใช้ในการติดต่อชักชวนให้ประชาชนเล่นการพนันออนไลน์
ต่อมา พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4.บก.ป. พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผกก.4.บก.ปปป. นำกำลัง เร่งสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องในทุกมิติ เพื่อพิสูจน์กลุ่มคนร้ายที่ลักลอบขายข้อมูลส่วนบุคคล แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกลุ่มผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคล จนพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มของผู้ต้องหาถึง 6 เครือข่าย จึงเปิดปฏิบัติการตรวจค้น 22 เป้าหมาย ใน 13 จังหวัด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง/สิ่งของตรวจยึดกว่า 15 รายการ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ให้การรับสารภาพ นำตัวส่ง กก.4.บก.ป. ดำเนินคดีพร้อมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้จากการรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่พบจากการตรวจค้นเป้าหมายและล่อซื้อ พบข้อมูลส่วนบุคคล 9,616,199 รายชื่อ และภาพบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 477 บุคคล มีเกือบทุกสาขาอาชีพ ลงลึกรายละเอียดส่วนบุคคล ทั้ง อายุ เบอร์โทร บ้านเลขที่ เกษียณหรือยัง ทั้งหมดนี้คาดว่าถูกนำไปขายให้กับแก๊งสแกมเมอร์ เบอร์โทรละ 10 บาท เพื่อใช้ในการหลอกลวงประชาชน ทั้งนี้ยังพบข้อมูลมีการรับแจ้งความออนไลน์ Thai Police Online เกี่ยวข้องกับรายชื่อที่ถูกเผยแพร่ จำนวน 13,677 เคสไอดี มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรวม 2,008,531,702.48 บาท
...