แจ้ง 3 ข้อหา ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และทำให้เสียทรัพย์ ร.ต.อ. สังกัด ศฝร.ภ.8 รัว 13 นัด ใส่ศูนย์ภูมิใจไทย-สุราษฎร์ อ้างแค้นพี่ชายถูกข่มขู่ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นายเก่า ระบุพบประวัติเคยรักษาจิตเวช

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเข้าใส่สำนักงานศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ของนายพิชัย ชมพูพล สส. สุราษฎร์ธานี เขต 6 จำนวน 13 นัด หลังคนร้ายได้ไปตามหานายพิชัยแต่ไม่พบตัว ซึ่งกล้องวงจรปิดได้จับภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ร้อยตำรวจเอก ซึ่งหลังก่อเหตุได้เข้าไปใช้บริการร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เข้าตรึงกำลังที่ห้างดังกล่าว หลังตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุ ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือ ร.ต.อ.เอกชัย สุพิทักษ์ อายุ 37 ปี ตำแหน่ง รอง สว.ฝอ.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 (รอง สว.ฝอ.ศฝร.ภ.8) เข้าไปใช้บริการที่ร้านอาหารในห้างดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำได้เพียงเฝ้าจับตาเท่านั้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน และที่ห้างสรรพสินค้ามีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมถึงทราบว่าอยู่ในสภาวะจิตไม่ปกติ หากเข้าจับกุมจะเกิดเหตุร้ายได้

จนกระทั่งเวลา 13.30 น. ตำรวจนอกเครื่องแบบที่คุมสถานการณ์เห็น ร.ต.อ.เอกชัย เดินออกจากร้านอาหารไปเข้าห้องน้ำ จึงตามไปล็อกตัวได้ในที่สุด ก่อนควบคุมตัวไปที่กองกำกับการสืบสวน โดยมี พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมสอบปากคำเบื้องต้น

เบื้องต้น ร.ต.อ.เอกชัย อ้างว่าที่ก่อเหตุยิงสำนักงานศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ของ สส.พิชัย เนื่องจากก่อนหน้านี้พี่ชายของตนถูก สส.พิชัย ข่มขู่ เลยมีความโกรธแค้น และบุกมาก่อเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา พกพาไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร, ยิงปืนในเมืองฯ โดยใช่เหตุ และ ทำให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งเก็บหลักฐานเขม่าดินปืน และตรวจหาสารในปัสสาวะ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสวียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทางด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า อดีตตนเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ก่อเหตุ ก่อนหน้านี้พบว่าเคยมีปัญหาทางจิตเวช และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ต่อมาภายหลังตนพ้นจากตำแหน่ง ก็ไม่ได้มีการติดตามผลการรักษา จนกระทั่งมาพบ ร.ต.อ.เอกชัย ไปก่อเหตุ ซึ่งภายหลังการจับกุมได้รายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 8 ทราบแล้ว

ในส่วนกระบวนการสอบสวนนั้น ได้กำชับพนักงานสอบสวน ให้สอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียดรวมถึงเรียกญาติและภรรยา มาสอบสวนหาสาเหตุจูงใจ พร้อมทั้งนำจิตแพทย์เข้าประเมินสุขภาพจิต

...

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดไชยา อนุมัติหมายจับ ร.ต.อ.ผู้ก่อเหตุ ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควรโดยเปิดเผย, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และทำให้เสียทรัพย์