พิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ยืนยันไม่เคยไปข่มขู่ใครแน่นอน บอกนิสัยผมมีแต่ให้ เรื่องจะไปก้าวร้าวไม่มี หลังตำรวจ ยศ ร.ต.อ. รัว 13 นัด ใส่ป้ายที่ทำการสาขาพรรคภูมิใจไทย ส่วนเรื่องคดีปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ติดใจหากเป็นผู้ป่วยจิตเวช
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงเข้าใส่ป้ายและตัวอาคารที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ม.6 ต.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ทราบตัวคนร้ายแล้ว พบว่า เป็นข้าราชการตำรวจ ยศ ร้อยตำรวจเอก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น
ต่อมาเวลา 13:10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
โดยก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าชายคนดังกล่าวได้เดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าและไปนั่งกินบุฟเฟ่ต์ร้านอาหาร โดยเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามอย่างกระชั้นชิดและด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากทราบว่าคนก่อเหตุพกอาวุธปืนตลอดเวลา เกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำซ้อนและถูกผู้คนบริสุทธิ์
หลังจากควบคุมตัวร้อยตำรวจเอก นายดังกล่าว ได้นำตัวไปที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อทำบันทึกจับกุมโดยมี พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมสอบปากคำเบื้องต้น
...
ต่อมาทราบข้อมูล ร.ต.อ. นายดังกล่าว ตำแหน่ง รองสารวัตร ฝ่ายอำนวยการ หน่วยงานแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยภาพกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพขณะที่ผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้าไปยังบริเวณด้านหน้าของศูนย์ที่ทำการพรรค และก่อเหตุดังกล่าว
นอกจากนี้ Facebook ของผู้ก่อเหตุได้โพสต์ข้อความโดยการแชร์ข้อความของ สส.พิชัย และพรรคภูมิใจไทยก่อนที่จะโพสต์สุดท้ายเกี่ยวกับระบบการสั่งอาหารและถูกจับกุม
ด้าน นายวรรณกร ชูศรี กำนัน ต.เสวียด เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองเดินออกกำลังกายอยู่บริเวณด้านหน้า ต่อมา ร.ต.อ. คนดังกล่าว ได้มาจอดรถแล้วสอบถามว่า สส.พิชัย อยู่หรือไม่ ตนเองจึงตอบไปว่ายังไม่ได้เข้ามา มีอะไรหรือไม่ และ ร.ต.อ. คนดังกล่าว บอกว่า สส.ไปข่มขู่น้องเขา ก่อนที่จะเดินกลับที่รถแล้วยิงก่อนจะหลบหนี ซึ่งถือว่าโชคดีมากเพราะโดยปกติแล้ว สส. จะเข้าที่ทำการพรรคในช่วงเวลา 08:30 น. ถึงเวลา 09:00 น. เพื่อมาพบพี่น้องประชาชน และหลังจากที่รู้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครและมีอาวุธปืนสองกระบอก ก็รู้สึกกังวลใจ เป็นอันตรายต่อประชาชน
ด้าน นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวไม่ได้รู้จักผู้ก่อเหตุ และจากข้อมูลที่อ้างว่า ตนเองได้ไปข่มขู่พี่หรือน้องชายของผู้ก่อเหตุนั้น ตนเชื่อมั่นว่าไม่ได้ข่มขู่ใครแน่นอน ตนทำงานในหน้าที่ของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในฐานะผู้แทนฯ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเข้ามาที่ทำการพรรคในช่วงเวลา 08:30 น. ถึงเวลา 09:00 น. แต่วันนี้ผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้ามาก่อน
บางช่วงบางตอน นายพิชัย ชมพูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวยืนยันว่าไม่ได้ไปข่มขู่ใครแน่นอน “นิสัยผมไม่มีอยู่แล้ว นิสัยผมมีแต่ให้ ผมไม่มีนิสัย หรือกิริยามารยาทที่จะไปก้าวร้าว ไม่มี”
ทั้งนี้จากข้อมูลที่ว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยจิตเวชนั้น ในส่วนตนเอง หากการเข้ามาไม่ได้มาเพื่อประสงค์ต่อชีวิตหรือทำร้ายใคร แต่เป็นในเรื่องของจิตเวช ตนเองก็เข้าใจ ไม่ได้ติดใจอะไร และอยากให้ได้รับการบำบัดรักษาในส่วนนี้ แต่หากเป็นการมุ่งเน้นมาเพื่อทำการก่อเหตุโดยตรง ก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้ภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงสามารถบันทึกนาทีเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนชัดเจน ประมาณ 13 นัด
...