“เฮียมอม้า” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว หลังตบดีเจ ไม่พอใจเปิดเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ช้า หลังเกิดเหตุได้ยื่นเรื่องลาออกจาก กต.ตร.
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. 69 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมรองผู้กำกับสืบสวนและรองผู้กำกับปราบปราม สภ.เมืองขอนแก่น และหัวหน้าพนักงานสอบสวน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงการออกหมายเรียกเฮียมอม้า อายุ 56 ปี ชาว จ.ขอนแก่น นักท่องเที่ยวชาย ที่เข้าไปเที่ยวในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น แล้วขอเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ ให้หญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะ แต่ดีเจไม่ได้เปิดให้ จึงไปตบศีรษะดีเจรายดังกล่าว จำนวน 3 ครั้ง
หลังเกิดเหตุ ดีเจ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ตำรวจดำเนินคดีกับเฮียมอม้า ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งภายหลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกเฮียมอม้า มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากมีคลิปและข่าวที่สื่อมวลชนเสนอข่าวออกไปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อกับทางเฮียมอม้ามาตลอด เพื่อสอบสวนตามขั้นตอนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา เพราะมีดีเจเข้าแจ้งความว่าถูกเฮียมอม้าทำร้ายร่างกายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองขอนแก่น พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก เฮียมอม้า ซึ่งเป็น กต.ตร.มาพบเพื่อสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา
...
“ในช่วงบ่ายเวลา 15.00 น. (วันที่ 18 มิ.ย.69) เฮียมอม้า ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเนื่องจากเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเอง หลังแจ้งข้อกล่าวหา ในข้อหา ใช้กำลัง ทำร้ายร่างกาย โดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหลังรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวน จึงปล่อยตัวไป และในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 จะทำการนัดหมายไปส่งอัยการ เพราะวันนี้ส่งฟ้องตามวาจาไม่ทัน”
ในส่วนของข้อกล่าวหาอื่นๆ นั้น จากการที่พนักงานสอบสวนตามข้อเท็จจริงแล้วนั้น เป็นการทำร้ายร่างกาย ที่ไม่ใช่การหมิ่นประมาท เพราะคำพูดที่ผู้ก่อเหตุพูดนั้น เป็นการพูดโอ้อวดตัวเองที่ไม่ใช่การดูหมิ่นหรือข่มขู่ผู้ใด พนักงานสอบสวนจึงพิจารณาว่า ข้อหาที่สามารถแจ้งกับผู้ก่อเหตุได้คือข้อหา ใช้กำลัง ทำร้ายร่างกาย โดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายติดใจ สามารถไปฟ้องเองได้ สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามมาตรา 44/1 ป.วิอาญา
ผกก. กล่าวอีกว่า ในกรณีดังกล่าวนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบถามผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ยในชั้นพนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนจะขมวดในคำท้ายในคำฟ้องว่า ไม่ได้มีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายกัน ซึ่งผู้เสียหายสามารถขอคัดผลคำพิพากษาไปฟ้องในคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องในคดีอาญาได้ด้วย หรือมีความประสงค์ให้อัยการเรียกร้องค่าเสียหายให้ได้ด้วย
ในส่วนประเด็นของเฮียมอม้า เป็นกต.ตร.หรือไม่นั้น ขณะก่อเหตุก็ยังเป็นอยู่ แต่หลังเกิดเรื่องได้ยื่นหนังสือลาออกไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา จึงได้ประมวลเรื่องเสนอไปยังประธาน กต.ตร.จังหวัด ตามระเบียบของ ก.ต.ช. ซึ่งประธาน กต.ตร.จังหวัดขอนแก่น ซึ่งก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ก็จะได้พิจารณา ในเรื่องของการลาออกต่อไป
ในส่วนหน้าที่ของ กต.ตร. หรือ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจนั้น เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ.2567
บทบาทและหน้าที่หลักของ กต.ตร. คือ ตรวจสอบและติดตามดูแลการปฏิบัติงานของตำรวจให้เป็นไปตามนโยบาย, กฎหมาย และเป็นธรรมต่อประชาชน รับเรื่องร้องเรียน เป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหา หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ นำเสนอปัญหาในพื้นที่และให้คำแนะนำแก่ตำรวจ เพื่อปรับปรุงการทำงานให้ตรงกับความต้องการของชุมชน ส่งเสริมความร่วมมือ สนับสนุนให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวอีกว่า กต.ตร. มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้สำหรับภาคประชาชน ส่วนการพ้นจากตำแหน่ง กต.ตร.นั้น คือเสียชีวิต, ลาออก, ขาดคุณสมบัติตามระเบียบ, ขาดการประชุมเกิน 3 ครั้ง, มีมติคะแนนเสียงน้อยกว่า 2/3, มีความประพฤติในทางเสื่อมเสียหรือไม่เหมาะสม
“กต.ตร. ไม่มีอำนาจในการปฏิบัติ และไม่มีผลประโยชน์ระหว่างผู้คัดเลือกและผู้ถูกเลือก โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจเท่านั้น”