หนุ่มวัย 33 ปี แจ้งตำรวจอ้างโดนคนร้ายกระชากกระเป๋า ด้วยความเป็นห่วง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ลงมาดูคดีเอง พาจำลองสถานการณ์ แต่ให้การไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ตำรวจมาเค้นถาม ยอมรับสารภาพ กุเรื่องขึ้นมาเอง หวังล้างแค้น ให้อริในหมู่บ้านที่เคยเขม่นกัน ตกเป็นผู้ต้องสงสัย หรือโดนจับ ตร.แจ้งข้อหา แจ้งความเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 จากกรณีนายกิติศักดิ์ ฟักทอง อาชีพช่างสร้างเมรุ อายุ 33 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ต.โคกเหล็ก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ว่า ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาประกบแล้วชิงกระเป๋าสะพายของตนไป ซึ่งในนั้นมีทั้งโทรศัพท์ บัตรประชาชนและเงินสดจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดที่บริเวณสำนักสงฆ์โนนทราย ถนนสายบ้านยาง–บ้านง้าง ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์

เหตุการณ์ดังกล่าว พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำอยู่ในขณะนี้

...




ในเวลาต่อมาได้มีการสอบปากคำนายกิติศักดิ์ ผู้เสียหาย ก่อน พ.ต.อ.จำรัส ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ จะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อจำลองสถานการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ แต่ปรากฏว่า ระหว่างที่นายกิติศักดิ์ จำลองและให้การไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และความเป็นไปได้ที่คนร้ายจะกระชากกระเป๋าออกมาได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการเค้นสอบปากคำนายกิติศักดิ์ ว่า “โกหกเพื่ออะไร”




จนกระทั่งนายกิติศักดิ์ เปิดปากยอมรับสารภาพระหว่างการจำลองสถานการณ์ ว่าตน “โกหก” สาเหตุเพราะเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาไปมีเรื่องกับคนในหมู่บ้านนั้น แต่คิดหาทางล้างแค้นไม่ได้ จึงกุเรื่องขึ้นมาเพื่อให้ตำรวจสงสัยคู่อริ หวังจะให้ตำรวจตามตัวมาสอบปากคำหรือจับกุมในข้อหาชิงทรัพย์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวถึงขั้นมาจำลองสถานการณ์แบบนี้ “ขอโทษตำรวจชุดสืบสวนทุกคน หลังจากนี้จะไม่ทำอีกแล้ว”



ด้าน พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่าทุกเหตุการณ์ หรือทุกคดีที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับคดีนี้ถึงแม้ว่ามูลค่าความเสียหายจะไม่มาก แต่ตำรวจก็ให้ความสนใจ จึงอยากจะฝากเตือนประชาชนทั่วไปอย่าคิดที่จะกุเรื่องให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่เยอะอยู่แล้วต้องทำงานหนักยิ่งขึ้นอีก

เพราะหากพลาดไปก็จะเหมือนเช่นกรณีนี้ที่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินคดี เบื้องต้นตั้งข้อหา “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่เจ้าพนักงาน โดยแจ้งว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ทั้งที่ไม่มีความผิดนั้นเกิดขึ้นจริง” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.