ตำรวจชุดสืบสวน สน.หัวหมาก แกะรอยตามรวบ “ตี๋ ปอร์เช่” หัวหน้าแก๊งลัก “สายไฟ” กับพวก หลังตระเวนขับรถหรูส่งซิกให้ลูกน้องช่วยกันยกเค้า แฉพฤติการณ์หลังก่อเหตุขับรถวนออกต่างจังหวัด หวังตบตาตำรวจ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2569 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวี สว.สส.พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก

ร่วมกันจับกุมนายภราดร สมโนชัย หรือตี๋ อายุ 39 ปี และนายสุรศักดิ์ เกตุแก้ว หรือเดี่ยว อายุ 49 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3240, 3242/2569 ลงวันที่ 9 มิ.ย.69 ตามลำดับ ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสายวันที่ 9 พ.ค.69 มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความว่ามีกลุ่มคนร้ายเข้าไปแอบขโมยสายไฟ มีสายไฟฟ้า ขนาด PD-IEC01 THW240 1240mm2 ยาวประมาณ 200 เมตร 1 ม้วน สายไฟฟ้า ขนาด PD-IEC01 THW185 1185mm2 ยาวประมาณ 160 เมตร 1 ม้วน สายไฟฟ้า ขนาด PD-IEC01 THW70 1*185mm2 ยาวประมาณ 210 เมตร 1 ม้วน ที่เก็บไว้ที่บริเวณชั้น 4 ภายในห้างดังแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง 

ชุดสืบสวน สน.หัวหมาก ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีคนร้าย 3 คน ขับรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีขาว ทะเบียน 1ฒต 5913 กรุงเทพมหานคร เข้ามาภายในห้างดังกล่าวขึ้นไปชั้น 4 ขนสายไฟขึ้นรถก่อนขับหลบหนีออกไป ช่วงเวลา 05.30 น.วันเดียวกัน

ต่อมาชุดสืบสวน สน.หัวหมาก ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าหลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายได้ขับรถออกไปที่ จ.สระบุรี และจ.ชลบุรี ขับอ้อมวนไปหลายวันเพื่อหลอกตำรวจ 

กระทั่งชุดสืบสวนไล่กล้องมาพบที่ร้านรับซื้อของเก่าย่านกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ เรียกเจ้าของร้านมาสอบสวน พบว่ากลุ่มคนร้ายได้นำสายไฟมาขายที่ร้านได้เงินสด 970,000 บาท ทราบชื่อ คือนายภราดร หรือตี๋ ชุดสืบสวนค้นหาประวัติพบว่า นายภราดร เคยมีประวัติลักทรัพย์ ที่ สน.อุดมสุข และสืบสวนสอบสวนพบกลุ่มแก๊งของนายตี๋ ขอหมายจับกลุ่มคนร้ายทั้ง 3 คน คือ นายภราดร สมโนชัย หรือตี๋ อายุ 39 ปี และนายสุรศักดิ์ เกตุแก้ว หรือเดี่ยว อายุ 49 ปี และนายเก่ง

ต่อมาเวลา 01.30 น. วันที่ 15 มิ.ย.69 ชุดสืบสวน สน.หัวหมาก จับกุมนายสุรศักดิ์ หรือเดี่ยว ได้ที่ ลานจอดรถแฟลตแห่งหนึ่ง ซอยสุวินทวงศ์ 50 แขวงลำผักชี แขวงหนองจอก กทม.

ก่อนจะพาไปหาบ้านพักนายภราดร หรือตี๋ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนวางกำลังเฝ้าติดตาม กระทั่งเห็นนายภราดร หรือตี๋ ขับรถยนต์ ปอร์เช่ สีขาว ทะเบียน 2 ขค 6493 กรุงเทพมหานคร ขับเข้ามาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ สาขา ชุมชนสังฆราชา ซอยลาดกระบัง 3 ถนนประชาทร แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กทม. ช่วงเวลา 12.20 น. วันที่ 15 มิ.ย.69 

ขอตรวจค้นรถยนต์ก่อนไปตรวจค้นบ้านพักพบปืนยาวและกระสุนหลายรายการ 1.อาวุธปืนสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ โคลท์ ขนาด .380 เลขทะเบียน กท.5705728 พร้อมเครื่องกระสุนขนาด .380 จำนวน 12 นัด 2.อาวุธปืนสั้นออโตเมติก ยี่ห้อ กล็อก 43เอ็กซ์ ขนาด 9 มม. เลขทะเบียน กท.6405716 พร้อมเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. 14 นัด 3.อาวุธปืนลูกซองยาว ยี่ห้อ เรมิงตัน 870 ขนาด เบอร์ 12 เลขทะเบียน กท.5462481 พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 25 นัด 4.กระเป๋าสะพาย สีดำ จำนวน 1 ใบ

...



พฤติการณ์การก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายจะมีนายตี๋ เป็นคนขับรถยนต์ปอร์เช่ ตระเวนหาสถานที่ เมื่อเจอเป้าหมายจะมีการโทรนัดเวลา สถานที่เพื่อมาเจอกัน แล้วไปก่อเหตุ หลังจากก่อเหตุเสร็จจะขับรถออกจากที่เกิดเหตุ โดยจะมีการขับวนไปตาม จ.ชลบุรี จ.สระบุรี แล้วอ้อมมายัง จ.สมุทรปราการ ย่านกิ่งแก้ว โดยจะใช้เวลาหลายวัน ก่อนจะเข้ามาขายสายไฟย่านกิ่งแก้ว เพื่อหลอกตบตาตำรวจให้ตำรวจตามไม่พบ โดยรถที่มาใช้ในการก่อเหตุ เป็นรถปิกอัพ มือสอง และจะมีการสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอม สลับกันไปมา หลังก่อเหตุเสร็จ จะนำรถที่ใช้ก่อเหตุ ไปขาย พอมีเป้าหมายใหม่ จะหาซื้อรถมือสอง มาขับ ไปก่อเหตุ สลับแผ่นป้ายทะเบียน ทำแบบนี้เป็นประจำทุกครั้งที่ก่อเหตุ

โดยเงินที่ได้ นายตี๋จะได้เป็น 2 เท่า ส่วนที่เหลือ จะให้ทั้ง 2 คน คือ นายสุรศักดิ์ เกตุแก้ว หรือเดี่ยว อายุ 49 ปี หารสองกับนายเก่ง ผู้ต้องหาร่วมแก๊งอีกคนที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม คาดว่า นายเก่งน่าจะรู้ ว่าทั้ง 2 คน ถูกตำรวจจับกุมแล้ว เพราะกลุ่มก๊วนของพวกคนร้าย จะมีการส่งสัญญาณให้กัน นายเก่งอาจจะรู้ตัวแล้วหลบหนี

ก่อนนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป