ช็อก มือแทงยอมรับสะกดวิญญาณ “พ่อค้ากัญชา” จริง ด้วยการนำผ้าถุงแม่มารัดที่หน้าอก พร้อมยอมรับขโมยล็อกเก็ตหลวงปู่ศิลาใส่ที่คอตัวเอง และสั่งผู้ร่วมก่อเหตุเรียกรถขนส่งเอกชนขนทรัพย์สินในบ้านผู้เสียชีวิตออกไป
กรณีนายชัยสิทธิ์ ขันทะ หรือโป๊ย อายุ 34 ปี พ่อค้ากัญชา ถูกนายศุภกร จีนศรี อายุ 27 ปี ใช้มีดแทงเสียชีวิต ก่อนร่วมกับนายชยพล ชัยศรี อายุ 27 ปี และนายกฤตธนัท ศรีภูมิชัย อายุ 24 ปี นำศพยัดใส่ลังพลาสติกหมกในกระบะดินเพาะปลูกกัญชา บนชั้น 2 ของบ้านพักเปิดเป็นร้านขายกัญชา ที่บ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ย่านดอนเมือง กทม. พบศพเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาอ้างถูกผู้ตายกล่าวหาขโมยนาฬิกาและด่าบุพการี นัดมาเคลียร์ที่บ้านแต่ไม่ลงตัวก่อเหตุฆ่าอำพราง
ต่อมามีกระแสข่าวลือว่า ในคดีฆาตกรรมนายชัยสิทธิ์ ขันทะ พ่อค้าปลูกกัญชาและนำศพหมกไว้ในกล่องพลาสติก ก่อนฝังที่กระบะดินภายในบ้านย่านดอนเมือง พบว่านายศุภกร มือแทง ได้สะกดวิญญาณผู้เสียชีวิตด้วยนั้น
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นายศุภกรให้การยอมรับว่าสะกดวิญญาณผู้เสียชีวิตจริง การก่อเหตุครั้งนี้ นายศุภกรได้ตระเตรียมและเตรียมการเพื่อก่อเหตุครั้งนี้มาเป็นอย่างดี โดยเตรียมอาวุธมีดมาเองและได้มีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการสะกดวิญญาณผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะมาก่อเหตุนั้น ได้ไปขอผ้าถุงแม่มารัดบริเวณหน้าอก เป็นวิธีการสะกดวิญญาณอย่างหนึ่ง หลังจากนั้นจึงไปลงมือก่อเหตุ
ภายหลังจากที่นายศุภกรก่อเหตุเสร็จแล้ว เห็นว่าผู้เสียชีวิตมีพระที่ตัวเองชื่นชอบ คือล็อกเก็ตรูปภาพหลวงปู่ศิลา อยู่รวมกับพระเครื่ององค์อื่น ๆ ภายในบ้าน นายศุภกรถอดล็อกเก็ตหลวงปู่ศิลาออกมาจากสร้อยของผู้เสียชีวิต แล้วนำล็อกเก็ตมาคล้องที่สร้อยคอของตัวเอง เป็นความชื่นชอบส่วนตัว พร้อมทิ้งสร้อยเดิมของผู้เสียชีวิตไว้บนกองดิน
...
พร้อมกันนี้ ยังได้เปลี่ยนชุดที่ตัวเองใส่มาก่อเหตุและเปื้อนเลือด มาเป็นชุดของผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง และหมวกแก๊ปสีฟ้า (ที่เห็นสวมใส่ในข่าวเมื่อวานนี้) ขณะที่ตำรวจจับกุมนายศุภกรพบว่ายังแต่งกายด้วยชุดของผู้เสียชีวิตและยังคล้องล็อกเก็ตหลวงปู่ศิลาจากผู้เสียชีวิตอยู่
ขณะเดียวกัน ยังได้ให้นายกฤตธนัท ผู้ร่วมก่อเหตุอีกราย เรียกรถกระบะตู้ทึบขนส่งเอกชน เข้ามาขนของทรัพย์สินภายในบ้านของผู้เสียชีวิต ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้
หลังจากนั้นนายศุภกรกลับมาที่บ้าน แล้วถอดผ้าถุงของแม่ที่รัดบริเวณหน้าอก โดยการถอดแบบลอดหัว เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณไม่ให้ติดตามตัวเองมา
นอกจากนี้ นายศุภกรยอมรับอีกว่า ตนเป็นผู้ลงมือฆ่าและฝังอำพรางศพผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียว ตนเป็นผู้รับผิดชอบหากล่องภายในบ้านมาใส่ร่างผู้เสียชีวิตและเป็นคนฝัง พร้อมทำพิธีสะกดวิญญาณด้วยตัวเอง
ขณะที่นายกฤตธนัท อ้างว่า ถูกบังคับให้ช่วยทำความสะอาดเช็ดเลือดที่บริเวณพื้นชั้น 1 ของบ้าน