หลวงตาวัย 58 พระลูกวัดชื่อดังขับเก๋งชนท้ายรถสาววัย 26 ปี ซ้ำพูดจาลิ้นพันคล้ายคนมึนเมา เป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์พุ่ง 167 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถูกนำตัวลาสิกขา ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันที่ 13 มิ.ย. 69 มีรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ร.ต.ท.ชนม์มนัส ริยะป่า รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน คู่กรณีไม่สามารถตกลงกันได้ บริเวณโค้งลงจากสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนมหาจักรพรรดิ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียนฉะเชิงเทรา ของน.ส.นิรมล อายุ 26 ปี ได้รับความเสียหายบริเวณด้านข้างตัวรถ ส่วนคู่กรณีเป็นรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส ทะเบียน ฉะเชิงเทรา มีพระประเมิน อายุ 58 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็นผู้ขับขี่
ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าพระประเมินมีอาการพูดจาลิ้นพันคล้ายคนมึนเมา และกำลังโต้เถียงกับคู่กรณีรวมทั้งญาติของผู้เสียหายเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยพระประเมินยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด อ้างว่ารถของผู้เสียหายขับปาดหน้าจนทำให้เกิดการเฉี่ยวชน
...
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบภาพจากกล้องบันทึกภาพหน้ารถของผู้เสียหาย และไม่พบการเปลี่ยนเลนก่อนการเฉี่ยวชน และพระประเมินก็เริ่มคุยไม่รู้เรื่อง จึงเชิญตัวพระประเมินไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยระหว่างการตรวจวัดพบว่าพระประเมินพยายามเป่าลมไม่เต็มปอดหลายครั้ง ทำให้ต้องตรวจซ้ำหลายรอบ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดและให้เป่าใหม่อีกครั้ง และผลการตรวจวัดพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายของพระประเมินสูงถึง 167 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จึงประสานนำตัวไปยังวัดต้นสังกัดเพื่อดำเนินการลาสิกขา ก่อนนำตัวกลับมาดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับตามกฎหมายต่อไป และระหว่างเดินทางออกจากโรงพัก พระประเมินยังมีอาการมึนเมาและพยายามเดินไปยังรถยนต์ของตนเองคล้ายจะขับรถออกไป แต่ลูกศิษย์ที่เดินทางมาด้วยได้เข้าห้ามปรามและเป็นผู้ขับรถแทน เพื่อนำตัวไปลาสิกขา ขณะที่พระประเมินปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยพยายามยกมือปิดบังใบหน้าเมื่อถูกสอบถาม
น.ส.นิรมล ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะกำลังขับรถเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนมหาจักรพรรดิ ได้ยินเสียงรถถูกเฉี่ยวชน จึงจอดรถลงไปตรวจสอบ แต่คู่กรณีไม่ยอมลงจากรถ ตนเองจึงเดินไปหา และต้องตกใจเพราะผู้ขับขี่ที่เป็นคู่กรณี เป็นพระสูงวัย และพยายามพูดคุยกับคู่กรณีเรื่องความเสียหาย แต่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง โดยพระอ้างว่าตนเองขับรถปาดหน้า ทำให้พระขับชนท้าย ตนเองจึงโทรศัพท์แจ้งบริษัทประกันภัยและติดต่อญาติให้มาช่วยดูเหตุการณ์
ด้านนายปัญญา อายุ 44 ปี อาของผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุได้กลิ่นสุราจากตัวพระอย่างชัดเจน จึงเชื่อว่าน่าจะมีการดื่มสุรามาก่อน พร้อมทั้งพยายามขอตรวจสอบเอกสารรถและสอบถามข้อมูล แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงแจ้งตำรวจให้ช่วยตรวจวัดแอลกอฮอล์ กระทั่งผลออกมาพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 167 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ตามที่สงสัย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับอดีตพระรูปดังกล่าวในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา รวมถึงพิจารณาความผิดที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ
จากนั้นเวลาประมาณ 20.30 น. ผู้สื่อข่าวตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและพระประเมิน เดินทางไปยังวัดต้นสังกัดของพระประเมิน เพื่อทำการสึก โดยขณะที่กำลังกล่าวคำลาสิกขา พระประเมินยังมีอาการลิ้นพันกัน จึงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกล่าวคำลาสิกขาจบ จากนั้นนายประเมิน ได้แต่งกายชุดขาว เดินออกมาลาญาติโยมที่ทราบข่าวและเคยใส่บาตรให้ในตอนเช้า ก่อนจะเดินทางไปลาแม่วัย 92 ปี ที่นายประเมินนำมาอยู่ด้วยที่วัด โดยกั้นผ้า กางมุ้งและใช้เตียงให้แม่นอนอยู่หน้ากุฏิด้านหน้า
...
ทั้งนี้ นายประเมินได้เข้าไปกราบเท้าแม่ ก่อนจะพยุงแม่ลุกขึ้นมาคุย โดยบอกว่าตนเองได้ลาสิกขาแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วง หลังจากนั้นนายประเมิน ได้ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทำบันทึกการจับกุม และเข้าห้องคุมขัง รอส่งตัวไปยังศาลในวันที่ 13 มิ.ย. ขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวเรื่องแม่ชรา ได้บอกนายประเมินว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะนำข้าวมาให้แม่ ไม่ต้องเป็นห่วง แต่หลังจากนี้แม่ของนายประเมินจะอยู่อย่างไร
ชาวบ้านที่ทราบข่าวเปิดเผยว่า ตนเองไม่ทราบพฤติกรรมของอดีตพระประเมินเลย ปกติแล้วเวลาเช้าก็ใส่บาตร อดีตพระประเมินก็ปกติ ไม่เหมือนพระที่มีอาการมึนเมา มาทราบข่าวว่าขับรถออกไปชนแล้วมีอาการมึนเมา จึงเข้ามาดู ยอมรับว่าเสียความรู้สึกหลังจากที่เคยใส่บาตรมาตลอด โดยตนเองพอทราบว่าอดีตพระประเมิน นำแม่ที่มีอายุมากมาอยู่ด้วย เพราะไม่มีคนดูแล แต่ชาวบ้านก็เข้าใจในจุดนี้ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอดีตพระประเมิน ถึงกินเหล้า แล้วขับรถออกไปจนเกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้เป็นห่วงแม่ของพระประเมิน ว่าหลังจากนี้ใครจะเป็นผู้ดูแลต่อไป.
...