รวบแล้ว ผู้ต้องหาดักฆ่านักเรียนหญิง ม.6 ที่ จ.อุทัยธานี สารภาพเฝ้าติดตามเหยื่อทางโซเชียล-มาซุ่มดูหลายวัน อ้างไม่ได้แอบชอบ แต่ลงมือเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พบประวัติเพิ่งพ้นคุกคดีข่มขืนไม่ถึงปี
วันที่ 13 มิ.ย. 69 ความคืบหน้าเหตุสะเทือนขวัญใน จ.อุทัยธานี คนร้ายดักทำร้ายนักเรียนหญิง ม.6 เสียชีวิตสลดขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียน เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 12 มิ.ย. 69 ซึ่งทางตำรวจเร่งล่าตัว หลังพบรถจักรยานยนต์ถูกลากซุกป่าข้างทาง (อ่านข่าว : ล่าคนร้ายชุดลูกเสือ ฆ่าโหด “นักเรียนหญิง ม.6” ดักลงมือแทง ระหว่างขี่จยย.ไปโรงเรียน)
ต่อมาเมื่อเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ อส.และ ชรบ.หมู่บ้านได้เดินดูร่องรอยที่เกิดเหตุบริเวณถนนสายบ่อยาง-หนองตะเคียน หมู่ 11 บ้านหนองสี่เหลี่ยม ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายเดินไปตรวจ บ้านหนองชุมเห็ด บ้านหนองสี่เหลี่ยมและบ้านหนองตะเคียนเพื่อหาหลักฐานและหาร่องรอย จนไปพบชาวบ้านได้แจ้งเบาะแสว่า มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่น่าสงสัยมีท่าทางพิรุธจนชาวบ้านนั้นเห็นว่าอาจจะใช่ผู้ก่อเหตุ
...
จากนั้นทาง นายไพทูลย์ เกศเนต ผู้ใหญ่บ้านโป่งเก้ง และผู้ช่วยได้ไปยังบ้านของนายสัมพันธ์ อายุ 35 ปี หรือเอี้ยง ในพื้นที่หมู่ที่ 11 บ้านโก่งเก้ง ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ซึ่งทาง นายสัมพันธ์ หรือเอี้ยง ได้รับสารภาพกับนายไพทูลย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่รู้จักน้อง ม.6 แต่ได้ส่องเฟซบุ๊กน้องเค้าอยู่ แต่ไม่ได้แอบชอบน้อง โดยสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ส่วนมีดที่ใช้ลงมือนั้นจำได้ว่าทิ้งไว้ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร ตอนที่เกิดเหตุนั้นใส่กางเกงขาสั้นสีกากีแลวใส่เสื้อทีมฟุตบอลบุรีรัมย์
โดยก่อนที่จะก่อเหตุเดินลัดป่าไปเรื่อยๆ และยอมรับมาเป็นคนลงมือฆ่าเด็กหญิง ม.6 บริเวณที่เกิดเหตุและไปตอน ตี 3 เพื่อไปดูหรือส่องน้องไว้ก่อนหน้านี้หลายวันก่อนจะลงมือ และตามดูน้อง ม.6 จากเฟซบุ๊กว่าน้องจะผ่านตรงที่เกิดเหตุเป็นประจำจึงไปดักลงมือฆ่าน้อง ม.6 และอ้างว่าตั้งใจจะข่มขืน แต่ผู้เสียชีวิตพยายามต่อสู้ขัดขืน ทำให้เกิดบาดแผลบริเวณมือจากการป้องกันตัว
จากนั้นได้นำตัว นายสัมพันธ์ หรือ เอี้ยง ไปสอบสวนที่ สภ.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เนื่องจากจับได้ที่เขต ต.ตลุกดู่ จากนั้นก็จะทำการนำตัวนายไปยังที่ สภ.สว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ ต่อเพราะเป็นพื้นที่ที่ นายสัมพันธ์ หรือ เอี้ยง ก่อเหตุ
ต่อมาในเวลา 20.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้นำตัวพ่อของนายสัมพันธ์ หรือเอี้ยง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากก่อเหตุแล้ว ลูกชายไม่ได้มาบอกอะไรเลย แต่จำรองเท้าสีแดงที่ลูกใส่ไปได้เพราะมีคนในหมู่บ้านนำรูปที่ส่งในไลน์กลุ่มของหมู่บ้านมาให้ดู เพราะเป็นรองเท้าของนายติ่ง แต่ทางนายสัมพันธ์หรือเอี้ยงได้ใส่ไป โดยเมื่อเช้าลูกชายบอกว่าออกไปกินก๋วยเตี๋ยวมา แล้วมีรอยถลอกที่หัวเข่า ซึ่งลูกชายบอกว่ารถเครื่องคว่ำ ยอมรับว่าลูกชายมีอาการป่วยทางจิต รวมถึงไม่ยอมรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ส่วนที่ว่าเคยต้องคดีข่มขืนนั้นทางนายติ่งไม่รู้เลย
ขณะที่ชาวบ้านหลังทราบว่าจะนำตัว นายสัมพันธ์ หรือ เอี้ยง มาสอบสวนที่ สภ.สว่างอารมณ์ ได้มารอดูกันเป็นจำนวนกว่า 100 คน และจากการสอบถามนั้นบอกว่าสาเหตุที่มาเพราะว่าอยากมาดูหน้าคนที่ก่อเหตุทำร้ายน้องได้ลงคอ ซึ่งจากการที่รู้ว่าน้องผู้หญิง ม.6 นั้นเป็นเด็กขยันวันหยุดยังช่วยพ่อทำงานเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน และดูแลครอบครัวก็ยิ่งไม่พอใจคนที่ลงมืออย่างมาก
พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6) และรักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่า ค่อนข้างมั่นใจว่า นายสัมพันธ์ หรือ เอี้ยง นั้นเป็นผู้ลงมือเพราะระหว่างที่ทำการจับกุมได้สารภาพกับเจ้าหน้าที่แล้ว และนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.ตลุกดู่ ก็เปิดเผยมาแล้ว และมีร่องรอยหลักฐานกุญแจรถนั้นมีเลือดติดอยู่และจะทำการสอบสวนต่อ ที่ สภ.สว่างอารมณ์ เพื่อเร่งเขียนสำนวนส่งห้องศาล ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำแผนประกอบคำรับสารภาพหรือไม่ ซึ่งแล้วแต่ทางผู้ต้องสงสัยนั้นสมัครใจหรือไม่ และต้องดูก่อนเพราะหวั่นว่าจะมีการรุมประชาทัณฑ์เกิดขึ้น เนื่องจากคดีดังกล่าวนั้นชาวบ้านที่อยู่ละแวกที่เกิดเหตุนั้นหวาดกลัวและให้ความสนใจกันมาก
...
โดยในวันที่ 13 มิ.ย. 69 คาดว่าหลักฐานน่าจะครบถ้วนและอยากฝากชาวบ้านว่าจงมั่นใจในการทำงานของตำรวจกำลังเร่งรัดคดีให้เสร็จโดยเร็ว
จากนั้นเวลาประมาณ 21.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายสัมพันธ์ หรือ เอี้ยง มาสอบสวนที่ สภ.สว่างอารมณ์ ซึ่งทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามสาเหตุการลงมือฆ่าน้องผู้หญิง ม.6 นายสัมพันธ์หรือเอี้ยงไม่เอ่ยคำพูด ปิดปากเงียบ ซึ่งระหว่างที่เดินขึ้น สภ.สว่างอารมณ์ ทางชาวบ้านที่มาดูต่างก็ตะโกนสาบแช่ง ซึ่งทางปกครองได้นำกำลัง อพปร.อส.และ ชรบ.มากันชาวบ้านไว้เพราะกลัวว่าจะไปลงมือทำร้ายผู้ก่อเหตุนั่นเอง
อย่างไรก็ตามพบว่า ผู้ต้องหาเพิ่งออกจากเรือนจำได้ประมาณ 7 เดือน เคยต้องโทษคดีข่มขืนและลักทรัพย์.