ตชด.ภ.2 ไล่ล่าหนุ่มขับเก๋งขนไอซ์ 500 กก. ส่งคลองหลวง แต่รถตกข้างทางไม่รอด สารภาพรับจ้างบอสชาว สปป.ลาว กระสอบละ 50,000 บาท รอดมาแล้ว 3 ครั้ง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุม บก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หน.ชปข. ก.ตชด.ภาค 2 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ภาค 2 ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุม นายอาวุธ อายุ 40 ปี ชาว อ.จะนะ จ.สงขลา พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์) จำนวน 10 กระสอบ ประมาณ 500 กิโลกรัม และรถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเลต แคปติวา สีขาว ทะเบียน กทม.
พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 กล่าวถึงการจับกุม ผู้ต้องหารายดังกล่าว พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ตชด.ภ.2 ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวนประมาณ 316 กิโลกรัม บนถนนมิตรภาพ พื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งจากการสืบสวนขยายผล พบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่ทำหน้าที่นักบิน ที่รับจ้างขับรถยนต์ขนยาเสพติดจากพื้นที่ริมแม่น้ำโขงเข้าไปส่งยังพื้นที่ภาคกลาง ยังคงมีความเคลื่อนไหวลักลอบขนยาเสพติด
...
จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หน.ชปข. ก.ตชด.ภาค 2 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถยนต์ยี่ห้อ เชฟโรเลต แคปติวา สีขาว ทะเบียน กทม. และจะใช้เส้นทางบึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี และใช้เส้นทางสายรอง ระหว่าง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี มุ่งหน้าไป อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เพื่อนำยาเสพติดจากพื้นที่ อ.เมืองบึงกาฬ ไปส่งที่ตลาดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าสังเกตบุคคลต้องสงสัย และตระเวนตามเส้นทางสายหลัก และสายรองจาก จ.บึงกาฬ ไปยัง จ.ปทุมธานี
จนกระทั่งเวลา 04.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ก็พบรถยนต์ยี่ห้อ เชฟโรเลต แคปติวา สีขาว ขับอยู่บนถนนหมายเลข 2322 สาย อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ มุ่งหน้า อ.กระนวน จ.ขอนแก่น จึงได้ติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่คนขับรถยนต์คันดังกล่าวพยายามที่จะหลบหนีโดยได้กลับรถไปยัง อ.ท่าคันโท และเร่งความเร็วเพื่อทำการหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ใช้อุปกรณ์ในการหยุดรถ (stop stick) ทำให้เสียหลักลงข้างทาง สายท่าคันโท-หนองกุงศรี จึงได้เข้าควบคุมตัวคนขับรถยนต์เอาไว้ ทราบชื่อว่านายอาวุธ อายุ 40 ปี ในรถยนต์มีถุงสีดำวางอยู่หลายถุง จึงตรวจยึดเอาไว้และตรวจสอบในถุงพบว่าเป็นห่อสี่เหลี่ยม รวมแล้ว 500 ห่อ เป็นยาไอซ์รวม 500 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวไว้และทำการสอบสวน
จากการสอบสวนนายอาวุธ ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขับรถส่งยาเสพติดให้บอส ซึ่งเป็นชายชาว สปป.ลาว โดยบอสจะสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ใช้ชื่อบัญชีว่า “CK” ส่วนการจ้างงานนั้น มีเพื่อนที่เป็นคนไทย แต่มีคดีติดตัวหลบหนีไปอยู่ที่ สปป.ลาว จึงสนิทกับบอสชาว สปป.ลาว เพื่อนรายดังกล่าว จึงติดต่อกับเพื่อนสนิทของตน บอกว่า บอสต้องการคนขับรถที่บรรทุกยาเสพติดอยู่ในรถ ซึ่งจะจอดรถไว้ในสถานที่ต่างๆ ให้ แล้วให้ไปขับรถคันดังกล่าวไปที่ตลาดแห่งหนึ่ง ใน อ.คลองหลวง จะให้ค่าจ้างกระสอบละ 50,000 บาท อยู่ว่างๆ ไม่มีงานทำ จึงรับทำงาน โดยรับทำงานจากบอสมาแล้ว 3 ครั้ง รอดทุกครั้งเพราะสามารถขับรถส่งที่ปลายทางได้สำเร็จ
โดยล่าสุดบอสให้เครือข่ายซื้อรถยนต์คันที่ใช้เป็นยานพาหนะเป็นรถหลุดจำนำ ราคา 90,000 บาท มาเป็นพาหนะในการขนยาไอซ์ทั้งหมด แล้วสั่งให้เครือข่ายขับรถยนต์บรรทุกยาไอซ์ไปจอดไว้ริมถนน ใกล้ๆ ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬแห่งใหม่ จึงไปขับเอารถคันดังกล่าว มุ่งหน้าตามเส้นทางสายรอง มุ่งหน้าไปยังปลายทางที่ตลาดดังกล่าว แต่ถูกสกัดจับก่อน ส่วนค่าจ้างนั้น บอสไม่โอนจ่าย แต่จะจ่ายเงินผ่านพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายระหว่างชายแดนไทยลาว เมื่อบอสจ่ายเงินมา จะโทรบอกให้ไปรับ
...
ผบก.ตชด.ภ.2 กล่าวอีกว่า คนที่ถูกจับส่วนใหญ่ รับสารภาพเพียงว่าเป็นคนรับจ้างขนส่งยาเสพติดเท่านั้น ซึ่งคนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะมีคดียาเสพติดติดตัวและพ้นโทษจากคดียาเสพติดแล้วมารับงาน ซึ่งจริงๆ ก็คือหนึ่งในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อ ที่อยู่ของคนไทยที่ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างบอสกับคนรับจ้างแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป.