ตำรวจ สายตรวจ สน.หัวหมาก ตาไวจับพิรุธหนุ่มวัย 19 สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ยืนกดเงินหน้าตู้ ATM ขอตรวจสอบตะลึง เจอเงินสดกว่า 6 แสน อ้างคนจีนจ้างมากดเงิน ได้ค่าจ้าง 1 พัน ทำมาตั้งแต่เดือน เม.ย. 69

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.หัวหมาก ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ มาถึงบริเวณหน้าตู้ ATM ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปากซอยรามคำแหง 51/3 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พบนายพัชร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาว อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สีแดง ยืนกดเงินอยู่ท่าทางพิรุธต้องสงสัย รีบเดินไปที่รถจยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีแดง-ดำ ทะเบียน 2ขธ 8474 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่หน้าปากซอยรามคำแหง 51/3

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.หัวหมาก จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้นในตัวพบเงินสด จำนวน 107,000 บาท บัตรเอทีเอ็มอีกจำนวน 4 ใบ ประกอบด้วย 1.ธนาคารออมสินของน.ส.ลักขณา ศิลรักษ์ 2.ธนาคารออมสินของนายณัฐชนน อัศวประสิทธิ์ 3.ธนาคารออมสินของนายประสิทธิชัย จันทร์ชู 4.ธนาคารออมสินของนายนันทิยา จันทร์ชู ทั้งหมดอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวา และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 13 อีก 1 เครื่อง ส่วนใต้เบาะรถจยย.พบเงินสด 500,000 บาท จึงนำตัวพร้อมของกลางไปส่งมอบให้กับ พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ทารักษ์ รอง ผกก.สส.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวี สว.สส.สน.หัวหมาก ร่วมทำการสอบสวน

จากการสอบสวนนายพัชร ให้การว่า มีชายชาวจีนไม่ทราบชื่อสกุลจริง ได้นำบัตรเอทีเอ็มทั้ง 4 ใบมาให้ตนไปกดเงินสด จำนวน 607,000 บาท และเมื่อได้เงินสดมา ชายชาวจีนจะมารับเงินสดไป โดยตนจะได้รับค่าจ้างในการกดเงินสด และนำเงินสดไปให้ ครั้งละ 1,000 บาท โดยชายชาวจีนคนนี้จ้างให้มากดเงินจำนวนหลายครั้งแล้วตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

...

จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของบัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ ยังไม่มีการถูกออกหมายจับ อาจเป็นเพราะผู้เสียหายกำลังแจ้งความ หมายจับยังไม่เข้าสู่ระบบ ซึ่งจะติดต่อเจ้าของบัตรมาให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าบัตรทั้งหมดมาอยู่ที่นายพัชรได้อย่างไร ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างแน่นอน หากมีใครโอนเงินเข้าในบัญชีชื่อทั้ง 4 คนนี้ ให้มาพบฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก และจะได้ติดตามคนจีนรายดังกล่าวมาสอบสวนเพื่อขยายผลไปให้ถึงผู้ร่วมขบวนการ โดยของกลางทั้งหมดถูกยึดไว้ตรวจสอบที่ สน.หัวหมาก ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหานายพัชรแต่อย่างใด