ตำรวจไซเบอร์ รวบ“บัญชีม้า-ม้ากดเงิน” กลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างหน่วยงานรัฐ หลอกครูเกษียณฯ โอนเงินหลักแสน สอบสวนยอมรับ ทำมาแล้ว 5 ครั้ง ได้ค่าตอบแทนครั้งละ 2,000 บาท มีบอสชาวจีนอยู่เบื้องหลัง
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.กฤตัสญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 สั่งการให้ พ.ต.อ.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล ผกก.4 บก.สอท.4 พ.ต.ท.ชัยภัทร เชื้อสาย รอง ผกก.4 บก.สอท.4 พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ครุฑจันทร์ สว.กก.4 บก.สอท.4 พ.ต.ท.อาณัติ เข็มทอง สว.กก.4 บก.สอท.4
นำกำลังเข้าจับกุมนายวรฉัตร วงษ์ฉิม อายุ 46 ปี ชาวกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1334/2569 และ น.ส.ณัฐกานต์ ยศมา อายุ 27 ปี ชาวจ.นครนายก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 1335/2569
ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, โดยทุจริต ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นหญิงสูงวัย อดีตครูเกษียณราชการ ชาว จ.เชียงใหม่ ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ติดต่อเพื่อให้ผู้เสียหายรับเงินช่วยเหลือฌาปนกิจสงเคราะห์ครู จำนวน 2,000 บาท โดยให้แอดไลน์ปรากฏชื่อ “สำนักงาน สกสค” จากนั้นมิจฉาชีพได้โทรคุยผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ พูดคุยเป็นภาษาพื้นเมืองของทางภาคเหนืออย่างสนิทสนม
ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สกสค.จริง จากนั้นให้ผู้เสียหายเข้าแอปพลิเคชั่นธนาคาร ได้ออกอุบายให้เปลี่ยนเมนูเป็นภาษาอังกฤษ จึงทำให้ผู้เสียหายไม่ค่อยเข้าใจภาษา อีกทั้งอ้างว่าหากไม่เปลี่ยนภาษา จะทำให้ระบบการจ่ายเงินของผู้ใช้ไลน์ “สำนักงาน สกสค” จะไม่สามารถดำเนินการได้
จึงทำตามขั้นตอนตามที่คนร้ายบอก โดยไม่ทราบว่าเป็นการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของตัวเอง กระทั่งปรากฏสลิปโอนเงินทำรายการสำเร็จ พบว่ายอดเงิน จำนวน 123,828 บาท ได้โอนออกจากบัญชีไปแล้ว จึงรู้ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งผ่านหมายเลข 1441 ทันที ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อีกครั้งเพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพรายนี้
...
ต่อมาชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.4 ทำการสืบสวน พบหลักฐานความเชื่อมโยงว่าเป็นกลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาหลอกผู้เสียหายและทราบตัวผู้กระทำผิดในขบวนการนี้คือนายวรฉัตร ทำหน้าที่บัญชีม้า และ น.ส.ณัฐกานต์ ทำหน้าที่ม้ากดเงินหน้าตู้เอทีเอ็ม ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งสองราย โดยติดตามจับกุมตัวนายวรฉัตรได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และเข้าจับกุมตัว น.ส.ณัฐกานต์ได้ที่ลานจอดรถของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เบื้องต้นสอบสวนนายวรฉัตร ให้การยอมรับว่าได้รับค่าตอบแทนจากการให้โอนเงินผ่านบัญชีครั้งละ 2,000 บาท ส่วน น.ส.ณัฐกานต์ ให้การอ้างว่าได้รับการติดต่อให้หาบัญชีธนาคาร เพื่อรองรับการโอนเงินจากเว็บพนัน โดยให้ตนคอยกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้น
ที่ผ่านมาทำมาแล้ว 5 ครั้ง ได้ค่าตอบแทนครั้งละ 2,000 บาท โดยมีบอสชาวจีนมารอรับเงินสดที่หน้าตู้เอทีเอ็มทุกครั้งที่กดเงินเสร็จ อีกทั้งไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเงินที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหาย ก่อนควบคุมตัวทั้งสองรายดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. ฝากเตือนไปยังกลุ่มอดีตข้าราชการที่เกษียณแล้ว ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่ากลุ่มมิจฉาชีพจะใช้อุบายในรูปแบบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ หลายหน่วยงาน มาใช้ในการหลอกเหยื่อในกลุ่มเป้าหมายกับผู้ที่เกษียณราชการไปแล้ว ให้หลงเชื่อหรือคล้อยตาม เพื่อให้เหยื่อหลงกลยอมโอนเงิน
โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการครูที่เกษียณราชการตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก จึงควรระมัดระวัง หากมีบุคคลติดต่อมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน ควรตระหนักและไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนจะดำเนินการ เพื่อป้องกันภัยจากการถูกหลอกของมิจฉาชีพ
...