โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย ผบ.ตร. กำชับสอบสวนคดี “น้ององุ่น” อย่างรอบคอบ ดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับเยาวชนโดยเคร่งครัด ด้าน ตำรวจภาค 7 ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

วันนี้ (6 มิถุนายน 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบรายงานความคืบหน้ากรณีตำรวจภูธรภาค 7 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุฆ่าและร่วมกันอำพรางร่าง “น้ององุ่น” เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แล้ว โดย ผบ.ตร. กำชับการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ ครบถ้วน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นเยาวชน โดยให้ดำเนินการตามกฎหมายในเรื่องเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนโดยเคร่งครัด

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนในการคลี่คลายคดีนี้ได้สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน สภ.สังขละบุรี ได้เผยแพร่เอกสารแถลงข่าวการเสียชีวิตของ “น้ององุ่น” โดยระบุว่า

สืบเนื่องด้วยเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 น้ององุ่น หายออกจากบ้านพักในหมู่บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. สภ.สังขละบุรี ได้รับแจ้งว่าพบร่างของน้ององุ่น บริเวณป่าไผ่ในสวนยางพารา ห่างจากบ้านน้ององุ่นประมาณ 600 เมตร

ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พล.ต.ต. ผบก.สส.ภ.7 พร้อมด้วย ร้อย ตชด.ที่ 134, สพฐ.7 ได้เดินทางมายัง สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี วางแผนแนวทางในการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ญ.กษมา หรือน้ององุ่น ไม่มีชื่อสกุล อายุ 7 ปี

โดยได้วางแนวทางการสืบสวนสอบสวนเพื่อกำหนดประเด็นสาเหตุการเสียชีวิตของน้ององุ่น โดยสืบสวนสอบสวน พิสูจน์หลักฐานแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อค้นหาพยานหลักฐานและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

กระทั่งวันที่ 6 มิถุนายน 2569 คณะทำงานสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน มาโดยปรากฏข้อเท็จจริงและมีพยานหลักฐานเพียงพอว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณหลังเที่ยง ด.ญ.บี (นามสมมุติ) พี่สาวต่างบิดากับผู้เสียชีวิต ได้ใช้มือทั้งสองข้างกดหน้าตรงปากกับจมูกของ ด.ญ.กษมา ประมาณ 2-3 นาที จนเสียชีวิต หลังจากนั้น นายเอ (นามสมมุติ) ซึ่งอยู่ที่บ้านเกิดเหตุด้วยกันจึงนำร่าง ด.ญ.กษมา หรือองุ่นฯ ใส่กระสอบข้าวขึ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของนางฟ้า (นามสมมุติ) นำศพไปทิ้งไว้ที่บริเวณตรงข้ามศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ที่พบศพ จากนั้นนายเอ (นามสมมุติ) จึงได้เผากระสอบไหม้จนหมด ก่อนที่จะกลับมาที่บ้าน และไม่ได้แจ้งเรื่องการเสียชีวิตของ ด.ญ.กษมา หรือองุ่นฯ กับผู้ใด การกระทำดังกล่าวเบื้องต้นเป็นการกระทำความผิดอาญาดังนี้

1. ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ได้กระทำผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ตาม ป.อาญา ม.288

2. นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ได้กระทำผิดฐาน “ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย” ตาม ป.อาญา ม.199

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ประชาสัมพันธ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรกาญจนบุรี และ สภ.สังขละบุรี จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

...