สุดช็อก พี่สาวน้ององุ่น รับสารภาพทะเลาะวิวาทกันที่บ้าน ก่อนนำถุงกระสอบข้าวสารสวมหัวน้องจนขาดใจตาย เรียกน้าชายขับสามล้อทิ้งศพ
จากคดีการเสียชีวิตปริศนาของ “น้ององุ่น” อายุ 7 ขวบที่หายจากบ้านไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะถูกพบเป็นศพอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งหลังจากพบศพของน้ององุ่น ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ระดมกำลังลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสอบปากคำพยาน เพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุดนั้น
ล่าสุด วันที่ 6 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เดินทางด้วยรถยนต์ถึง สภ.สังขละบุรี พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ธวัลธรณ์ พุธิธนพิศุทธิ์ ผกก.ตชด. 13 พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พล.ต.ต.หญิง ชลีรัชช์ สระดี ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 7 กองบังคับการตำรวจสืบสวนภาค 7 ตำรวจกองปราบปราม บก.5 ตม.จว.กาญจนบุรี ตำรวจได้ร่วมควบคุมตัว เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของน้ององุ่น และนายแป๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี น้องชายของแม่น้ององุ่น ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้ามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
...
ทั้งนี้ เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ได้เปิดปากสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำให้น้ององุ่นเสียชีวิต โดยเบื้องต้น เด็กหญิงเอ อ้างว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ตนและน้ององุ่น เกิดทะเลาะมีปากเสียงกันที่บ้าน จึงใช้ถุงกระสอบข้าวสารสวมเข้าไปที่หัวน้ององุ่นจนเสียชีวิต
จากนั้นได้ขอความช่วยเหลือจาก นายแป๊ะ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นน้าชาย ช่วยกันนำศพไปซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะนำศพใส่กระสอบ และนำศพไปทิ้งไว้ยังจุดที่มีผู้มาพบศพดังกล่าว
โดยในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ มีชาวบ้านเดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกตกใจและไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ที่ลงมือกับน้ององุ่นจะเป็นพี่สาวและน้าชายของน้ององุ่นเอง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในหมู่บ้านมาโดยปกติ เห็นทั้งสองคนดูแลน้องเป็นอย่างดี โดยส่วนตัวยังไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
ในส่วนของเด็กหญิงเอ พี่สาวของน้ององุ่น ยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีสีหน้าเคร่งเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจนำอาหารมาให้ แต่เจ้าตัวไม่ยอมรับประทาน
ในส่วนของแม่น้ององุ่น ไม่เชื่อว่าลูกตัวเองและน้องชายเป็นคนฆาตกรรมน้ององุ่น แต่ก็ต้องยอมรับตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ที่ตรวจคราบลายนิ้วมือบนรถสามล้อที่นำศพน้ององุ่นไปทิ้งที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมคณะเดินทางมาถึง สภ.สังขละบุรี ในเวลา 15.00 น. เพื่อมาปิดคดีและแถลงข่าวในครั้งนี้