แม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ ร้องขอความเป็นธรรม หลังสามีถูกจับได้รับทรัพย์สินคืนไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กลับได้ทองปลอม “ผู้การ 5” ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ นำ น.ส.ชนิภรณ์ เจริญภูมิ หรือมะนาว อายุ 27 ปี อาชีพแม่ค้าขายเสื้อผ้าทางออนไลน์ นำเอกสารหลักฐานต่างๆเข้าพบ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.กิตติ ยังมี รองผกก. (สอบสวน) สน.คลองตัน
...
เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน จับกุมนายวัฒนพงษ์ บุญประกอบ หรือบังอ้วน อายุ 42 ปี สามี ตามหมายจับเกี่ยวพันกับยาเสพติด และตรวจยึดทรัพย์สินไปตรวจสอบโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
น.ส.ชนิภรณ์ กล่าวก่อนเข้าพบตำรวจว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 25 มิ.ย.68 ขณะที่ตนกับสามีนอนพักผ่อนในห้องพักคอนโดแห่งหนึ่ง ซอยพัฒนาการ 20 พื้นที่ สน.คลองตัน มีตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน 8 นาย ทราบชื่อหัวหน้าชุดต่อมา ร.ต.อ.อิทธิกร รองสว.สส.สน.คลองตัน บุกเข้ามานำหมายจับเข้าจับกุมนายวัฒนพงษ์ มีส่วนเกี่ยวพันกับยาเสพติด มีเส้นทางการโอนเงินมาถึงสามี ตรวจค้นในห้องพักไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนยึดสร้อยคอทองคำ 5 บาท ที่สามีใส่อยู่และยึดสร้อยข้อมือทองคำ 3 บาท ที่ตนใส่
นอกจากนี้ ยังตรวจยึดเงินสด 60,000 บาท นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Tag Heuer และนาฬิกายี่ห้ออื่นๆอีก รวมกว่า 10 เรือน และไอแพด ที่อยู่ภายในห้อง อ้างว่าทรัพย์สินดังกล่าวอาจเกี่ยวพันกับสามีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด “วันตรวจยึดตำรวจไม่ได้เซ็นรับทรัพย์ที่ตรวจยึดไป”
น.ส.ชนิภรณ์ กล่าวอีกว่า ตนพยายามชี้แจง และบอกว่าทรัพย์สินทั้งหมดตนหามาได้จากหยาดเหงื่อแรงกาย ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น พูดกับตำรวจชุดดังกล่าวว่า “พวกพี่จะปล้นหนูเหรอ” แต่ตำรวจชุดดังกล่าวกลับตะคอกข่มขู่ตนให้อยู่เฉยๆ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะโดนจับอีกคน
หลังเกิดเหตุตนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน แต่ไม่มีใครรับแจ้งความ อ้างว่าตำรวจทำตามหน้าที่ ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ยอมรับแจ้งความ ทราบแต่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนส่งของกลางทรัพย์สินของตนให้สารวัตรสอบสวนไปแล้ว เมื่อไปสอบถามก็บอกว่าของกลางทั้งหมดต้องเก็บไว้ตรวจสอบก่อน
ต่อมาช่วงเดือน ก.ค.68 สามีตนได้รับประกันตัวชั้นศาล ตำรวจได้ติดต่อสามีให้ไปรับนาฬิกาที่ยึดไปกว่า 10 เรือน (ส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาปลอม) ในชั้นสอบสวนอ้างไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ไม่มีนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Tag Heuer
ต่อมาตนได้ทำหนังสือและเข้าร้องเรียน ขอความเป็นธรรม ที่สำนักงาน ป.ป.ท. โดยมีความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำการโดยไม่ชอบ จึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ส.ตรวจสอบ กระทั่งต่อมาสำนักงาน ป.ป.ส. มีหนังสือ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 69 ให้ตนไปรับสร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท และไอแพด ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่สำนักงาน ป.ป.ส. มี น.ส.เกตุสุดา (ไม่ทราบนามสกุล) นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นคนกลางทำเรื่องมอบทรัพย์สินคืนให้ตน
พอตนเห็นสร้อยเส้นดังกล่าวตกใจ เพราะไม่ใช่ลายสร้อยข้อมือของตน อีกทั้งยังมีใบเปอร์เซ็นต์ยิงทอง บอกว่าทองดังกล่าวมีเปอร์เซ็นต์แค่ 25% เท่านั้น
...
และระบุเอกสารสร้อยข้อมือของตำรวจยึดไปหนัก 42.63 กรัม ทองที่ได้คืนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 55 กรัม จึงปฏิเสธที่จะรับ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เซ็นรับไปก่อน หากเป็นทองปลอมเขาจะเป็นพยานในการตรวจรับในครั้งนี้เอง นอกจากนี้ตนยังพบหลักฐานเอกสารของตำรวจส่งทรัพย์สินให้ป.ป.ส.ตรวจสอบในรายการ มีสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท สร้อยข้อมือทองคำ 3 บาท เงินสด 1 หมื่นบาท (ยอดเงินไม่ตรง 6 หมื่นบาท) ไอแพด 1 เครื่อง ไม่มีนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Tag Heuer
หลังเกิดเหตุที่ตนไปร้องเรียนหน่วยงาน หลายหน่วยงาน ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.คลองตัน โทรมาข่มขู่ให้เลิกร้องเรียน มิเช่นนั้นจะเดือดร้อน ตนยืนยันว่า ตนมีหลักฐานในการซื้อทองที่ร้านทอง และก่อนจะถูกตำรวจจับกุม ทองทั้งหมดตนเคยนำทองไปจำนำที่โรงรับจำนำ และไถ่ทองออกมา ก่อนตำรวจจับกุม 9 วัน ทองทั้งหมดเป็นของจริงไม่ใช่ทองปลอมอย่างแน่นอน
น.ส.ชนิภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนเดินทางมาแจ้งความที่ สน.คลองตัน เกี่ยวกับการได้รับสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 3 บาท เป็นของปลอม ตำรวจบอกว่าไปหาหลักฐานมา และโยนให้ไปถามที่ ป.ป.ส. เมื่อไปที่ ป.ป.ส.ก็โยนมาให้ไปถามตำรวจ สุดท้ายตนก็ยังไม่ได้แจ้งความเรื่องนี้
ทั้งนี้ในส่วนการดำเนินคดีกับบังอ้วน สามี ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตนไม่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นทรัพย์สินของตนก็ไม่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ล่าสุดศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์
ด้าน พล.ต.ต.วิทวัฒน์ กล่าวภายหลังประชุมเกือบ 1 ชม.ว่า คดีนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพูดคุยกับ น.ส.ชนิภรณ์ ผู้เสียหาย ประเด็นการตรวจค้นไม่น่ามีปัญหา มีหมายจับถูก แต่มีปัญหาเรื่องทรัพย์สิน มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนโดยตรง มี พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.5 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน วันพรุ่งนี้ วันที่ 5 มิ.ย. เวลา 10.00 น. จะเชิญ น.ส.ชนิภรณ์ ผู้เสียหายไปสอบข้อเท็จจริงคาดว่าเรื่องจะกระจ่างในเร็ววันนี้
...
ขณะที่นายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า คดีนี้ทำกันเป็นกระบวนการ ผู้กระทำผิดคาดว่ามีทั้งเจ้าหน้าที่และตำรวจ รวมทั้งมีการข่มขู่ผู้เสียหาย อีกด้วย.
...