ตำรวจภาค 5 แถลงกวาดล้างยาเสพติด ยึดยาบ้า 15 ล้านเม็ด ไอซ์ 254 กก. ด้าน ปปส.แจงดราม่า “เวียนยาเสพติดของกลาง” เผยขั้นตอนสุดเข้มงวด ตรวจนับทุกระยะก่อนส่งทำลาย 

วันที่ 2 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนหลายหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร นบ.ยส.35 และ สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมแถลงผลกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญพร้อมกัน 5 คดีใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน (เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะหลบหนี 1 ราย) ยึดรถยนต์ของกลาง 7 คัน พร้อมของกลางลอตใหญ่เป็นยาบ้า 15.64 ล้านเม็ด และ ไอซ์ 254 กิโลกรัม

ในจำนวนนี้มีคดีที่น่าสนใจ เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัดบนเส้นทาง อ.กัลยาณิวัฒนา-อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ หลังสายลับแจ้งว่าจะมีการขนยาเสพติด ต่อมาพบรถกระบะอีซูซุ สีเทา ทะเบียนเชียงใหม่ ติดโครงเหล็ก ขับฝ่าจุดสกัดหนีไป เจ้าหน้าที่ขับรถไล่ตาม สังเกตเห็นท้ายรถมีผ้าเต็นท์สีน้ำเงินคาดขาวคลุมสิ่งของอยู่ เมื่อถึงทางสามแยกบ้านแม่แดดน้อย รถคันดังกล่าวเสียหลักพุ่งชนตอไม้และเนินดินจนพลิกคว่ำ ทับร่างคนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อคือ นายชัยวัฒน์ ชาว จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบรถพบเป้สะพายหลัง 25 เป้ บรรจุยาบ้าอยู่ประมาณ 5,000,000 เม็ด จากนั้นจึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กัลยาณิวัฒนา เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

...


 

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เป็นการไล่ล่าจับกุมกลางเมือง โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนภูธรภาค 5 ได้รับรายงานจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่แตง และ อ.สันทราย จึงกระจายกำลังตรวจสอบบนถนนเชียงใหม่-พร้าว เขต อ.สันทราย ต่อมาเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พบชายขับขี่รถจักรยานยนต์ลักษณะขับนำรถยนต์ Toyota สีเทา-ดำ ทะเบียนเชียงใหม่ ซึ่งบรรทุกของหนักและทะเบียนไม่ตรงกับข้อมูลระบบ เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปจนถึงริมถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 3 เมื่อแสดงตัวขอตรวจค้น รถยนต์คันดังกล่าวได้เร่งเครื่องหนี เจ้าหน้าที่ไล่ตามจนสามารถจับกุมตัวคนขับที่วิ่งหนีลงจากรถได้ ทราบชื่อคือ นายนพพล ตรวจค้นในรถพบยาบ้าบรรจุในกระเป๋าเป้สีเขียวสะพายหลัง 16 เป้ รวมประมาณ 1,544,000 เม็ด

จากการสอบถาม นายนพพล ให้การยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวจริง จึงทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้สีเขียวแบบสะพายหลังจำนวน 16 เป้ จำนวนประมาณ 1,544,000 เม็ด จากนั้นจึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ส่วนคดีอื่น ๆ เป็นการตรวจยึดไอซ์ 254 กิโลกรัม รถยนต์ 1 คัน พื้นที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย, จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ยาบ้า 5.8 ล้านเม็ด รถยนต์ 3 คัน พื้นที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย, จับกุมผู้ต้องหา 2 คน ยึดยาบ้า 3.3 ล้านเม็ด รถยนต์ 1 คัน พื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ 


พล.ต.ท.กฤตธาพล เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่ยังคงเป็นทางผ่านของการลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านไปสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ เนื่องจากพื้นที่ชั้นในของประเทศยังมีความต้องการอยู่

คดีการจับกุมผู้ต้องหาและยึดยาบ้าได้ในย่านนิมมานเหมินทร์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังกลางเมือง ไม่ได้สะท้อนถึงการระบาดของยาเสพติดในเขตเมืองเชียงใหม่ แต่เป็นกรณีผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมเข้ามาในเขตเมืองและถูกจับกุมได้ ส่วนกรณีรถกระบะขนยาบ้าพลิกคว่ำที่ อ.กัลยาณิวัฒนา เชื่อว่าเป็นการใช้เส้นทางอ้อมในการขนลำเลียงหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่

ด้าน นายดนุชา ไชยวงค์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 ชี้แจงต่อสื่อมวลชนกรณีมีกระแสข่าวลือในโลกโซเชียลมีเดีย ที่ระบุว่ามีการนำยาเสพติดของกลางลอตใหญ่กลับมาเวียนขายหรือเวียนจับ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน” และอาจเป็นเพียงทัศนะหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปเองของบุคคลบางกลุ่ม

...


นายดนุชา เปิดเผยว่า กระบวนการจัดการของกลางเป็นไปอย่างเข้มงวดและโปร่งใส เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการจับกุม ยาเสพติดทั้งหมดจะถูกบันทึกจำนวนและน้ำหนักอย่างละเอียดในบันทึกจับกุม โดยผู้ต้องหาต้องลงนามรับรอง จากนั้นเมื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวนที่โรงพัก จะต้องมีการตรวจนับซ้ำระหว่างชุดจับกุมและร้อยเวรอีกครั้ง หากยอดไม่ตรงกันจะไม่มีการเซ็นรับเด็ดขาด

ในคดีใหญ่ (ยาบ้าเกิน 2 ล้านเม็ดขึ้นไป) ของกลางจะถูกส่งมาตรวจพิสูจน์ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งในขั้นตอนการรับของกลาง เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจนับและ “กรีดตรวจ” ต่อหน้า เพื่อความโปร่งใสทันที โดยปัจจุบัน ป.ป.ส. มีมาตรการที่แน่นหนาและตรวจนับยาเสพติดได้ถึงวันละ 2 ล้านเม็ด หลังจากตรวจพิสูจน์เสร็จสิ้น ของกลางจะถูกส่งต่อไปยังคลังเก็บยาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งการส่งมอบให้ อย. ก็ต้องผ่านการตรวจนับและชั่งน้ำหนักโดยคณะกรรมการอย่างละเอียด หากไม่ตรงกับเอกสารทาง อย. จะปฏิเสธการรับทันที โดยของกลางจะถูกเก็บไว้ในห้องมั่นคงที่มีระบบกล้องวงจรปิดดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ จากเดิมที่มีการเผาทำลายยาเสพติดปีละ 1 ครั้ง ปัจจุบันเนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้มงวดในการสกัดกั้นทำให้จับกุมได้เป็นจำนวนมาก จึงมีการเพิ่มรอบการเผาทำลายเป็นปีละ 3-4 รอบ โดยทุกครั้งที่นำของกลางออกมาทำลายจะต้องมีคณะกรรมการร่วมเปิดห้องมั่นคงและตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้ง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีช่องโหว่ให้เกิดการนำยาเสพติดเวียนกลับมาสู่ท้องตลาดตามที่เป็นข่าวลืออย่างแน่นอน