ตร.จับอีก 2 คนร้ายยิงแท็กซี่จิตอาสาสมุย เสียชีวิต มือยิงอ้างถูกแทงก่อนเลยยิงสวน ขณะที่คนต้นเรื่อง เผยปมขัดแย้ง ปฏิเสธทำแผนฯ เหลืออีก 1 ยังหนี
เหตุอุกอาจ กลุ่มคนร้ายรุมทำร้ายแท็กซี่จิตอาสา และใช้อาวุธปืนยิง นายศิขรินทร์ หรือเฟิร์ส พรหมเจริญ อายุ 30 ปี เสียชีวิตในพื้นที่ย่านท่องเที่ยวหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อช่วงเวลา 01.20 น.ของคืนวันที่ 24 พ.ค.2569 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 1 มิ.ย. 2569 ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.กัณต์ชวิศ โพธิ์ประสิทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เจริญ เกิดแก้ว รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.อนุมัติ รื่นพานิช รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.บุญเชิด มณีชัย สวป. พ.ต.ท.ถาณุมาศ ชูเกื้อ สว.สส.และ ร.ต.อ.สุพจน์ ขาวขวัญ รอง สว.สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากกล้องวงจรปิดและพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดเกาะสมุย ออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้จำนวน 12 คน ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุ ที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้แล้วทั้งหมด 9 คน ก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ โดยทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ไปฝากขังศาลจังหวัดเกาะสมุยแล้ว เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
...
ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังติดตามตัวอีก 3 ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ประกอบด้วย นายสหพล หรือสิน, นายประกาศิต หรือแบงค์ และนายแชมป์ ซึ่งมีรายงานว่า ทั้ง 3 คน ออกจากพื้นที่เกาะสมุยไปแล้ว
โดยเมื่อคืนวันที่ 31 พ.ค.2569 พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผบก.สส.ภ.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 8 บุกเข้าจับกุม นายประกาศิต หรือแบงค์ ขณะที่ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านเพื่อนที่ ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในคดีนี้ และเป็นผู้ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงนายเฟิร์ส คนขับรถแท็กซี่เข้าที่บริเวณลำตัวจำนวน 5 นัด ก่อนหลบหนีไป
และในช่วงเดียวกัน นายสหพล หรือสิน ผู้ต้องหารายสำคัญอีกคน ได้เดินทางเข้ามอบตัวตามหมายจับต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มายัง สภ.บ่อผุด เพื่อดำเนินคดี และเตรียมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
ขณะที่ยังเหลือ นายธวัขชัย หรือแชมป์ ที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่ในขณะนี้ ได้ติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอเข้ามอบตัวเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ จากการสอบถาม นายสิน และนายแบงค์ ผู้ต้องหารายสำคัญ ทราบว่า สาเหตุเกิดจากการทะเลาะเบาะแว้ง เรื่องการจอดรถกีดขวาง ในจุดที่นายสิน เป็นผู้ดูแลพื้นที่จัดเก็บค่าจอดรถ ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน โดยนายบอย ซึ่งน้องเมียของผู้เสียชีวิต ได้เช่าพื้นที่จอดรถบริเวณที่นายสิน ดูแล แต่นายบอย จอดรถกีดขวาง ไม่เป็นระเบียบ จนทะเลาะกัน นายบอย เกิดความไม่พอใจ นำเรื่องดังกล่าวไปบอกกับครอบครัว และนายเฟิร์ส ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นพี่เมีย
จากนั้นนายสิน อ้างว่า นายเฟิร์ส พาเพื่อนมาต่อว่าตนอย่างรุนแรง 2-3 ครั้ง อีกทั้ง นายเฟิร์ส ยังมีการโพสต์เฟซบุ๊ก ในเชิงท้าทายอีก ทำให้นายสิน และนายแบงค์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันเกิดความคับแค้นใจ จนถึงขั้นนัดต่อยกันแบบตัวต่อตัว ระหว่างนายสิน กับนายเฟิร์ส แต่นายเฟิร์สไม่มาตามนัด จนล่าสุดก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน นายเฟิร์สได้พาเพื่อนมาที่ นายสิน ทำงาน พร้อมด่าทอ นายสิน อย่างรุนแรง กระทั่งวันเกิดเหตุ นายสิน รับว่าได้เคาะกระจกรถนายเฟิร์ส เพื่อจะเคลียร์ปัญหาให้จบ แต่เมื่อนายเฟิร์ส เปิดประตูลงมา จึงเกิดการชุลมุนกันขึ้นดังกล่าว
ด้าน นายแบงค์ ซึ่งเป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายเฟิร์ส เล่าว่า ปกติตนเองขับรถรับจ้างผ่านแอปฯ ก็จะมานั่งรอลูกอยู่ที่ นายสิน ทำงาน จนรู้จักและสนิทกัน และรับรู้ปัญหาที่เกิดระหว่าง นายเฟิร์ส กับนายสิน แต่ตนไม่รู้จัก หรือมีปัญหาอะไรกับผู้ตาย คืนเกิดเหตุ ตนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เพราะห่วงเพื่อน เมื่อนายเฟิร์สเปิดประตูลงมา จึงเกิดการชุลมุนกันขึ้น นายเฟิร์ส ได้ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณใต้ชายโครงด้านขวา 1 แผล ตนเกิดความโมโห จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ นายเฟิร์ส ที่กำลังจะขับรถแท็กซี่ออกจากจุดเกิดเหตุ ตามคลิปภาพที่มีพลเมืองดีได้ถ่ายไว้ ก่อนหลบหนี
...
ด้าน นายสิน ยังบอกด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าต่างคนต่างอยู่ ไม่ล้ำเส้นกัน ไม่ระรานกัน คงไม่มีเหตุนี้เกิดขึ้น ตนพยายามจะเคลียร์ปัญหาให้จบ แต่นายเฟิร์ส ไม่ยอมจบ
ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยกมือไหว้ขอโทษ ที่ก่อเหตุดังกล่าวจนทำให้ชื่อเสียงของเกาะสมุยเสียหาย พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นมาเฟีย เป็นคนหาเช้ากินค่ำ
เบื้องต้น นายแบงค์ ผู้ต้องหา ยอมรับว่าเป็นคนลงมือยิง นายเฟิร์ส จนเสียชีวิตจริง ขณะที่ นายสิน รับว่าตนเองอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำให้นายเฟิร์สเสียชีวิต โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ปฏิเสธที่จะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ