เพื่อนไรเดอร์ หัวร้อนโดดชกหน้า ผอ.ป.ป.ช. เข้าให้ข้อมูลตำรวจ ด้านทนายความ เผยทำไป เพราะคับแค้นใจ เกรงว่าคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม รับ เป็นการกระทำที่ผิดเตรียมสั่งห้ามร่วมงานศพ หวั่นก่อเหตุซ้ำ
กรณีนายจรงค์ เหมาะเกราะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะพุ่งชนนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์หนุ่มเสียชีวิตบนถนนต่างระดับบางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยในเบื้องต้นพบว่านายจรงค์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินคดี และแจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.บางศรีเมือง ก่อนจะใช้ตำแหน่งประกันตัวออกจากโรงพักไป ต่อมาเกิดเหตุชุลมุน นายจรงค์ เดินทางเข้าขอขมาและเคารพศพนายศรนรินทร์ ที่วัดทุ่งครุ กทม. แต่ถูกเพื่อนผู้ตายปรี่เข้าต่อยหน้าระหว่างเดินขึ้นศาลาวัด ตามที่ได้เสนอข่าวมาแล้วนั้น
คืบหน้าล่าสุด เวลา 13.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ สน.ทุ่งครุ นายธนัท บุญมาก อายุ 26 ปี หนุ่มไรเดอร์ (ใส่ไอ้โม่งปิดบังใบหน้า) พร้อม นายทวีศักดิ์ ซ้ายยศ ทนายความอาสา เข้าพบ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการคดี หลังก่อเหตุต่อยหน้า นายจรงค์ เหมาะเกราะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่วัดทุ่งครุ เมื่อเย็นวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา
นายทวีศักดิ์ ทนายความ เปิดเผยก่อนเข้าพบตำรวจว่า การที่มีการทำร้ายร่างกายกันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันโทษในคดีทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุก ต่างจากในอดีต ตนเลยมาช่วยดูแลเรื่องกฎหมายให้ ขณะนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่ก่อนหน้านี้ทนายความของคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า “ทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่าย”
ทั้งนี้ตนสอบถามถึงแรงจูงใจ นายธนัท อ้างว่า รู้จักกับผู้ตายกันมาระยะหนึ่ง โดยทั้งคู่ทำงานเป็นไรเดอร์ โดยนายธนัทอ้างว่าได้ติดตามข่าวดังกล่าวตั้งแต่วันแรก จึงเกิดจากความคับแค้นใจ ที่ฝั่งคู่กรณีเมาแล้วขับ แล้วชนเพื่อนตนเองเสียชีวิต ปกติ อาชีพไรเดอร์ก็ใช้ชีวิตยากลำบากอยู่แล้ว ยังมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก อีกทั้งคนชนยังมีพฤติการณ์คล้ายจะหลบหนี รวมถึงคนชนมีตำแหน่งใหญ่โตกลัวผู้ตายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทนายความกล่าวต่ออีกว่า นายธนัทไรเดอร์ที่ไปต่อยนั้น มีความผิดแน่นอน แต่ตนแค่มาช่วยดูแลด้านกฎหมายเท่านั้น และไม่คิดว่าจะมีการสู้คดี ข้อกล่าวหาเบื้องต้นจะเป็นเรื่องการทำร้ายร่างกาย และหากมีแจ้งข้อกล่าวหาเกิดขึ้นก็คงรับสารภาพ โดยอ้างเหตุคับแค้นใจ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาลว่าจะเมตตาลงโทษในสถานเบาหรือไม่
ต่อมาภายหลังการเข้าพบตำรวจ นายธนัท พร้อมทนายความเดินทางออกจากห้องสืบสวน ก่อนนายธนัทเผยว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมาประมาณ1-2 ปี จากการทำงานเป็นไรเดอร์ โดยผู้ตายเคยช่วยเหลือเรื่องการซ่อมรถ จยย.โดยการออกค่าซ่อมรถให้ตนด้วย
ทั้งนี้ตนไม่ได้เตรียมการมาต่อยคู่กรณี และไม่ทราบว่าคู่กรณีจะมา เมื่อถามว่า ได้ยิน หรือ ทราบหรือไม่ว่า ญาติของผู้ตายแจ้งผู้ที่มาร่วมงานศพ ว่าคู่กรณีจะมา แล้วขอความร่วมมือว่า “อย่าไปทำอะไรเขา” นายธนัท อ้างว่าตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว
...
ทั้งนี้ตนอยากขอโทษและยอมรับผิด ที่ไปต่อยคู่กรณี หากมีค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี ตนพร้อมชดใช้ ทั้งนี้ตนรู้สึกผิดและอยากขอโทษ หากพบกับคู่กรณีในครั้งหน้าตนสามารถระงับอารมณ์ได้แน่นอน
ด้านทนายความเผยว่า เบื้องต้นวันนี้ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามนายธนัทรู้สึกผิดและอยากจะขอโทษคู่กรณี อาจมีการนัดกับคู่กรณีกันต่อไป เพื่อขอโทษ จะกำชับไม่ให้นายธนัทเดินทางไปร่วมงานศพอีก เนื่องจากนายจรงค์ยังคงเดินทางมาร่วมงานศพเป็นประจำทุกวัน ญาติของผู้เสียชีวิตเกรงว่า หากทั้งสองฝ่ายพบหน้ากันอีก อาจเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นซ้ำได้อีกครั้ง
มีรายงานว่า ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหานายธนัท เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่มาแจ้งความดำเนินคดี ทั้งนี้ผู้ก่อเหตุเข้าข่าย ข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่จะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายตามมาตราใด ต้องให้ฝ่ายผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและขอใบรับรองแพทย์มาประกอบการพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป