“โฆษกดีเอสไอ” แจงทำตามกฎหมายต้องรอปิดสมัยประชุมสภา ก่อนออกหมายเรียก หลังผลมติสภาโหวต 308 ต่อ 126 เสียง ไม่ส่งตัว “สส.ชนนพัฒฐ์” มาให้ดำเนินคดีเพิ่มเติม เผยหากเจ้าตัวสละเอกสิทธิ์คุ้มครองก็สามารถทำได้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติไม่เห็นชอบให้ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาระหว่างที่มีเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง ว่า ได้มีการตรวจสอบกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษซึ่งรับผิดชอบสำนวนการสอบสวนดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 ซึ่งเป็นกรณีที่มีการกล่าวหาผู้ต้องหาจำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ในฐานความผิดเกี่ยวกับการให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และฟอกเงินจากเว็บพนันฯ ซึ่งในจำนวนผู้ต้องหาดังกล่าวก็มีนายชนนพัฒฐ์ รวมอยู่ด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกให้นายชนนพัฒฐ์ มารับทราบข้อกล่าวหาในชั้นต้นแล้ว ตามฐานความผิดสองข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่ปรากฏว่าในเรื่องนี้มีการขยายผลพบเส้นทางการเงินที่ไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จึงได้มีการหารือกับอัยการสูงสุด เพราะเห็นว่าความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ต่อไป และมีคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

อย่างไรก็ดี หนังสือที่มีการแจ้งมาให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหานั้น ตรงกับช่วงที่มีสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และกรณีดังกล่าว นายชนนพัฒฐ์ ถือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะต้องมีการแจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้มาพบในฐานะที่เป็นผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งในส่วนดังกล่าวก็ได้ทราบจากข่าวว่าทางสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่ายังไม่มีเหตุผลความจำเป็นตอนนี้ ดังนั้น เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้ ดีเอสไอก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือ ต้องรอให้หมดสมัยประชุมสภาเสียก่อน จึงจะเข้าสู่กระบวนการต่อไปได้ หรือหากเป็นกรณีที่เจ้าตัวได้สละเอกสิทธิ์คุ้มครองดังกล่าว และเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้ ดีเอสไอก็จะต้องรอให้หมดสมัยประชุมสภาเสียก่อน แล้วจึงดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหา ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ส่วนหากผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน จะมีในเรื่องของการควบคุมตัวไว้หรือไม่นั้น ตนต้องเรียนว่า กรณีดังกล่าวเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการสูงสุด ซึ่งก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการนำตัวนายชนนพัฒฐ์ ยื่นฝากขังต่อศาลไปแล้ว และศาลได้ให้ประกันตัวชั่วคราว จึงเป็นคนละส่วนกับของดีเอสไอ ทำให้ผู้ต้องหามีหน้าที่เพียงเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะต้องสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อให้อัยการสูงสุดจะได้พิจารณาวินิจฉัยทางคดีต่อไป

...

ในจำนวนผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทั้งหมด 27 รายในสำนวนคดีดังกล่าว ได้มีการจับกุมไว้บางส่วนแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับอยู่ต่างประเทศ ซึ่งได้มีการประกาศสืบจับเรียบร้อยแล้ว และอีกส่วน ก็คือกรณีของนายชนนพัฒฐ์ ที่อยู่ระหว่างเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง