“บิ๊กต๋อง” นำแถลงตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมยาบ้าบิ๊กลอต 6.8 ล้านเม็ด ได้ผู้ต้องหา 4 ราย แก๊งยาขนมาพักไว้ในโกดังพื้นที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เร่งสอบสวนขยายผลกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ภูริธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ. ศรายุทธ แสงทอง ผกก.สภ.นครหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับ ปปส. ภาค 1 แถลงผลปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด “นักบินชนแดน” พร้อมผู้ต้องหา 4 ราย
 
คือ 1.นาย ธีรพัฒน์ หรือตุ้ย อายุ 24 ปี ชาว ต.กุดตาเพชร อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี 2.นายสมชาย หรือโด่ง อายุ 35 ปี ชาว ต.กุดตาเพชร อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี 3.นายอำนาจ หรืออัก อายุ 35 ปี ชาว ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และ 4.น.ส.นิชาดา หรือนุ่น อายุ 19 ปี ชาว ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ 

...




พร้อมของกลางประกอบด้วย ยาบ้า จำนวน 6,800,000 เม็ด รถกระบะ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง อาวุธปืนดัดแปลง พร้อมเครื่องกระสุน 51 นัด โดยแจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, เป็นการกระทำโดยมีอาวุธ และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว” 

การจับกุมครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บำบัดทุกข์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ ตำรวจภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่ ปปส. ภาค 1 ได้ร่วมกันขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้ 

จนกระทั่งทราบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวได้มารับยาเสพติดไปจากเครือข่ายกลุ่ม “นักบินชนแดน” ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเครือข่ายกลุ่ม “นักบินชนแดน” ทำหน้าที่ในการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ มาจัดเก็บไว้ในโกดังที่เช่าไว้ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรอออกจัดส่งให้กลุ่มผู้รับที่อยู่ในพื้นที่ตอนในของประเทศ 

ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม วางกำลังใกล้เคียงโกดังที่ใช้พักยาเสพติด เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์การกระทำผิด จึงพบนายธีรพัฒน์ และ นายสมชาย ผู้ต้องหา ใช้รถยนต์ของกลางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด ขับมาบรรทุกยาเสพติดจากโกดัง เพื่อนำไปจัดส่งให้ลูกค้า โดยมีนายอำนาจ และ น.ส.นิชาดา เป็นผู้ขับรถนำสำรวจเส้นทาง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขับรถติดตามไปตามถนนสายสุวรรณศร (ทล.33) จนกระทั่งสกัดจับได้ที่บริเวณ กม.52+500 ในพื้นที่ ต.บางระกำ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา




ผลการตรวจค้นภายในรถยนต์ของกลางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด พบยาบ้าประมาณ 1,000,000 เม็ด จากนั้นจึงพาตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปตรวจค้นขยายผลภายในโกดังที่ใช้พักยาเสพติด พบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวนประมาณ 5,800,000 เม็ด ในโกดังพื้นที่ หมู่ 1 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เขตติดต่อ อ.นครหลวง

...


ในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป.