ตำรวจนาจอมเทียนรวบ “หมอดูตำราเขมร” ลวงสาวทำพิธีล้างอาถรรพ์เปิดดวงความรัก ก่อนฉวยโอกาสข่มขืน อ้างเป็นขั้นตอนพิธีกรรม สูญเงินกว่า 1.7 ล้านบาท
วันที่ 24 พ.ค. 69 มีรายงานว่า เมื่อวานนี้ ( 23 พ.ค.) พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน สั่งการให้ พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.จำนงค์ สารชาติ รอง สว.สส.สภ.นาจอมเทียน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าปฏิบัติการตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 260/2569 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 จับกุม นายบุญญฤทธิ์ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาในคดี “ฉ้อโกงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น” ได้ภายในตำหนักหมอดูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก มีหญิงสาวผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนัก จากปัญหาความรักและการทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายตัวออกจากบ้าน และติดต่อไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความเครียดจนหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ หวังให้ชีวิตและความรักกลับมาดี
ต่อมา มีผู้แนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหา ซึ่งเปิดตัวเป็น “หมอดูตำราเขมรโบราณ” อ้างว่ามีวิชาแก่กล้า สามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้ โดยผู้ต้องหาใช้วิธีพูดจาหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าผู้เสียหายกำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธี ชีวิตจะยิ่งตกต่ำ ความรักจะพัง และอาจเกิดเคราะห์หนักถึงขั้นสูญเสียคนรักไปตลอดชีวิต
...
หลังจากนั้น ผู้ต้องหาเริ่มจัดพิธีกรรมต่างๆ ทั้งเปิดดวง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา รวมถึงอ้างว่าต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ และครูบาอาจารย์สายเขมรเข้าช่วยเหลือ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและทยอยโอนเงินค่าครู ค่าทำพิธี และค่าเครื่องบูชาหลายครั้งต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 จนถึงปลายเดือนมีนาคม รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,700,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังให้ข้อมูลที่สร้างความตกตะลึงว่า ระหว่างทำพิธี ผู้ต้องหาได้อ้างว่าจำเป็นต้องทำ “พิธีล้างอาถรรพ์ทางกาย” เพื่อเปิดดวงความรักและถอนพลังไม่ดีออกจากร่าง โดยอาศัยจังหวะดังกล่าวลวนลามและก่อเหตุข่มขืน พร้อมอ้างว่าเป็นขั้นตอนสำคัญของพิธีกรรม ทำให้ผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว สับสน และไม่กล้าขัดขืน
กระทั่งเวลาผ่านไป ผู้เสียหายเริ่มเอะใจว่าถูกหลอก ทั้งสูญเงินจำนวนมหาศาลและถูกกระทำย่ำยีทางร่างกายและจิตใจ จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อความสนทนา และพยานแวดล้อม จนพบพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลวงและล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด
เบื้องต้น นายบุญญฤทธิ์ ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเงินทั้งหมดผู้เสียหายเป็นผู้สมัครใจมอบให้เอง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานหลายส่วนสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.