“รองจ๋อ” นำทีมบุกทลายแก๊งหลอกให้รัก รวบ 6 ชาวไนจีเรีย เปิดคอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยากบดานเป็นฐานปฏิบัติการหลอกสาวไทย พบประโยคเดียวเสียวถึงบัญชีธนาคาร


เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 23 พ.ค. 69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นรามินทร์ เทพจักรินทร์ ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร, ศอ.ปส.บช.น. กก.สส.ภ.จ.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นห้องพัก 3 ห้อง คอนโดหรูย่านสนามบินน้ำ

...

จับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรีย 6 ราย ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา เป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยที่การอนุญาตสิ้นสุด ในส่วนข้อหาการหลอกลวงรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) อยู่ระหว่างการประสานกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง (พบข้อมูลแชตการหลอกให้รัก, สคริปต์การหลอก, ใช้ AI เจอเนอร์เรตใบหน้า) คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง และสมุดบัญชี 3 เล่ม

โดยจับกุมได้ที่ คอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านสะพานพระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดปราบคนต่างด้าวประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ควบคู่กับ “หัวโขนเดิม” ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) หลังได้รับคำสั่ง สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติดสืบสวนขยายผลโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและเครือข่ายที่เป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าว เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. สืบสวนขยายผล จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร. ร่วมกับ ศอ.ปส.บช.น. และ ปปส.กทม. บูรณาการกำลังจับกุม “แพทริค” ชาวไนจีเรีย ตัวการใหญ่ของเครือข่ายค้ายาเสพติด (โคเคน) ข้ามชาติ พร้อมพวกรวม 4 ราย ตรวจยึดโคเคน 27 กรัม ทรัพย์สิน 2.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา

ต่อมาขยายผลพบข้อมูลเครือข่ายแบบองค์กรอาชญากรรม พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างผิดปกติไปถึงเครือข่ายชาวไนจีเรียกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี รายงานให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ทราบ สั่งการให้สืบสวนขยายผล ชาวไนจีเรียเครือข่ายพบว่า เครือข่ายนี้จะมีวีซ่าเป็นนักเรียนทั้งสิ้น แต่กลับมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ และมีพฤติกรรม “มั่วสุม” 5-6 คน ในคอนโดหรูติดแม่น้ำย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ไม่มีการออกไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือใดๆ รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาล จ.นนทบุรี ศาลอนุมัติออกหมายค้นห้องพัก 3 ห้อง (สงวนเลขที่และชื่อคอนโด) ตามหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 487/69, 488/69, 489/69 ลงวันที่ 22 พ.ค. 69 ตามลำดับ

วันที่ 22 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ร่วมกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ นำหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบห้องทั้ง 3 แห่งในคอนโดหรู

แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับความร่วมมือจากนิติคอนโดเป็นอย่างดี แต่ทว่ากลุ่มคนร้ายมีความระมัดระวังตัว เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปถึงห้องพักกลุ่มผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดประตูห้อง ได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาลักษณะมีการวิ่งไปมาภายในห้องคล้ายการพยายามทำลายหลักฐาน เกรงว่าพยานหลักฐานอาจถูกทำลายตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป

ห้องแรก พบผู้ต้องหา 3 ราย และพบโทรศัพท์ 7 เครื่อง ปรากฏหน้าแช็ตโทรศัพท์ที่ค้างไว้เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) พฤติกรรมขณะเจ้าหน้าที่บุกเข้าห้องมีผู้ต้องหา 1 ราย พยายามจะปีนระเบียงหนี และอีก 1 ราย นอนแอบอยู่ในพื้นห้องน้ำชั้นใน พยายามส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่นๆ “สารวัตรแจ๊ะ” เร่งนำกำลังบุกพังประตูอีก 2 ห้อง ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์ 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง

...

จากการขยายผลพบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา โดยมีแช็ตการสนทนาหลอกเหยื่อในแอปพลิเคชัน Messenger Facebook, Wechat, Tiktok, Line และ Zalo กลุ่มผู้ต้องหาจะใช้โปรไฟล์เป็น ชายชาวต่างชาติ ที่มีหน้าตาและหน้าที่การงานดี เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน ทนาย วิศวกร หมอ ฯลฯ แช็ตสนทนากับเหยื่อลักษณะหลอกให้หลงรัก ก่อนจะแจ้งว่าได้ส่งพัสดุจากต่างประเทศมาให้แต่ติดด่านศุลกากร ต้องโอนเงินมาให้

โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นหญิงไทยที่สูงวัย และเจ้าหน้าที่ได้พบกับ “สคริปต์” แบบต้นฉบับ ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้ในการคุยกับเหยื่อ มีจำนวนมาก (จะนำเปิดเผยต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ) ที่น่าตกใจคือ “สคริปต์แช็ตเสียว” จะมีบทพูดเพื่อนำพาเข้าสู่อารมณ์แห่งราคะ โดยเน้นเพื่อให้หญิงสูงวัยได้พบกับความปรารถนาอันเร่าร้อน เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานลักษณะการหลอกลวงแบบนี้จากข้อมูลในโทรศัพท์ ของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย และจากการตรวจสอบพบว่าล้วนอยู่เกินเวลากำหนด (Overstay) นานแล้ว

ผู้ต้องหา ทั้ง 6 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. / รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องมาจากการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ (โคเคน) เมื่อเดือนที่แล้ว ปฏิบัติการในครั้งนี้เราพบหลักฐานทั้งแชตการสนทนากับเหยื่อที่กำลังจะถูกหลอก , ระบบ AI เจนเนอเรตใบหน้าปลอมเพื่อตบตาเหยื่อ และสคริปต์จิตวิทยาในการหลอกลวงหญิงไทยในกลุ่มผู้สูงอายุ มีการพัฒนาของมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่รูปโปรไฟล์ปลอมแล้ว แต่ใช้ AI ขยับใบหน้า ทำคลิปวิดีโอคอลปลอม และมีบทพูดหรือสคริปต์จิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจเล่นกับอารมณ์ความเหงา ความรัก และความพึงพอใจของเหยื่อ อยากฝากถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชตมาคุย ชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง 

...

แล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการอ้างว่า “ส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน” ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ห้ามโอนเงินเด็ดขาด และขอขอบคุณนิติบุคคล และทุกท่านที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการปฏิบัติงานของเรา

ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.