ที่นครศรีธรรมราช เสี่ยค้าผ้า เห็นน้องชายถือมีดพร้าไล่ฟันแม่ในบ้าน ยิงสวน กระสุนเข้าจุดสำคัญเสียชีวิตทันที พบประวัติยุ่งเกี่ยวยาเสพติด
เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 21 พ.ค. 69 ร.ต.ท.ฮัสซัน วงศ์หมัดทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.โกวิท หนูคง ผกก. พ.ต.ท.สุทธิพงศ์ รอดสง รอง ผกก. (สอบสวน) แพทย์เวร รพ.จุฬาภรณ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิเต็กก่าจีคุงเกาะ (เต็กก่าจีคุงเกาะ) ไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นครึ่งหลังใหญ่ พบศพนายเอกพร อายุ 33 ปี ลูกชายของเจ้าของบ้าน นอนตายจมเลือดในสภาพคว่ำหน้า อยู่บนพื้นห้องโถงของบ้าน ผู้ตายนุ่งกางเกงขาสั้นสีเทาเพียงตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 เข้าที่โหนกแก้มขวา กระสุนไปตุงที่ท้ายทอย ใกล้ศพมีมีดพร้าตกอยู่ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ได้เก็บเป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงหัวค่ำ นายเอกพร ได้โต้เถียงกับ นางเฉลย อายุ 66 ปี ผู้เป็นแม่เสียงดังลั่น ด้วยความหวาดกลัวเกรงว่าจะถูกลูกชายทำร้ายเหมือนครั้งก่อน ๆ เนื่องจาก นายเอกพร ติดยาเสพติด และมักจะคลุ้มคลั่งอาละวาด ทำร้ายผู้เป็นแม่และชาวบ้านในละแวกดังกล่าวบ่อยครั้ง
...
นางเฉลย จึงได้โทรศัพท์ไปหา นายศุภชัย อายุ 44 ปี เจ้าของร้านผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ให้มาช่วย เมื่อลูกชายได้รับโทรศัพท์ จึงรีบขับรถยนต์จากอำเภอทุ่งสง มาที่บ้าน ปรากฏว่า เมื่อมาถึงบ้าน พบว่านายเอกพร กำลังคลุ้มคลั่งอย่างหนัก ใช้มีดพร้าไล่ฟันนางเฉลย อย่างบ้าคลั่ง แม้นายศุภชัยจะห้ามปรามให้หยุด แต่น้องชาย อยู่ในสภาพไม่ฟังใคร นายศุภชัยจึงได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 ยิงสกัด เพื่อช่วยชีวิตแม่ โดยรัวยิงไป 4 นัด กระสุนเจาะร่างนายเอกพร เพียงนัดเดียว ล้มคว่ำเสียชีวิตทันที เนื่องจากกระสุนเจาะกะโหลกและสมอง หลังเกิดเหตุ นายศุภชัย ได้เดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ ขับหลบหนีไป
ทั้งนี้ การสอบสวนของตำรวจในเวลาต่อมา ทราบว่านายเอกพร ผู้ตาย มีประวัติเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ช่วงหลังติดยาเสพติดอย่างหนัก แม่และพี่ชายเคยส่งตัวไปเข้ารับการรักษาหรือบำบัดหลายครั้ง แต่เมื่อกลับมา ก็เสพยาเสพติด และก่อเหตุอาละวาดเหมือนเดิม กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว
ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัว นายศุภชัย มาสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป