พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี รุดให้กำลังใจผู้เสียหาย พร้อมยอมรับชายลวนลามสาวเสิร์ฟร้านหมูกระทะ คล้ายตำรวจ แต่ต้องตรวจสอบก่อน ยืนยันทำเต็มที่ไม่ต้องกังวล หากผิดจริงมีแต่ซ้ำอย่างเดียว ลั่นคนไม่ดีมันมีทุกหน่วย ต้องเอาให้หนัก ให้ออกจากสังคมไป

จากกรณี เจ้าของร้านหมูกระทะสลิ้งแตกโพสต์เดือด ลูกค้าซึ่งเป็นตำรวจ ยศ ร.ต.ต. จับอวัยวะเพศพนักงานสาว พอไปถามอ้างไม่ได้ทำ เจ้าของงัดวงจรปิดยัน แต่ยังมีพฤติกรรมกร่างไม่ได้สำนึกผิด อ้าง “เป็นเรื่องปกติรึเปล่า” ผู้เสียหายมีการแจ้งตำรวจมาจัดการยังเคลียร์ไม่ได้ วอนผู้บังคับบัญชาตรวจสอบลงโทษขั้นเด็ดขาด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี มอบหมายให้ พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิพงศ์ สังข์แสง ผกก.สภ.ลาดหญ้า เดินทางไปที่ร้านต้นประดู่หมูกระทะสาขาลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบกับ นายภานุพงศ์ เทพวงศ์ หรืออัฐ อายุ 31 ปี เจ้าของร้านต้นประดู่หมูกระทะ อยู่กับ น.ส.เจน (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี พร้อมพี่ชายและเพื่อนๆ โดยมีการพูดคุยสอบถามรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งการเจรจาที่ผ่านมาไม่มีเลยแม้คำขอโทษจากคู่กรณีเลย

ทางด้าน พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในส่วนของตำรวจก่อนนะครับ เรามีคำสั่ง 1212 คือ ตำรวจเนี่ยมีผู้บังคับบัญชาโดยตรงตามลำดับชั้นขึ้นไป ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแล ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ความประพฤติ ทุกเรื่องต้องเข้าไปดูหมดต้องประชุมชี้แจงเหมือนกับเป็นทั้งพี่เลี้ยงด้วย เป็นครูด้วย และเมื่อมีการทำความผิดเนี่ยก็ต้องมีการลงโทษ อันนี้วินัยตำรวจเรามีอยู่แล้ว ระเบียบตำรวจไม่เกี่ยวกับคดีนะครับ

ในส่วนของพี่น้องประชาชนเนี่ย ก็อยากจะเรียนว่าตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ทำเต็มที่ไม่ต้องกังวล เป็นบุคคลทั่วไปเราก็ทำเต็มที่ ยิ่งหากปรากฏว่าผู้กระทำความผิดเนี่ย เป็นข้าราชการเนี่ย วินัยต้องหนักกว่าเดิม อย่างแน่นอน ไม่ต้องกังวลเลย

ผมก็บอกทางผู้เสียหายว่า ขอให้สบายใจ ถ้าเกิดอย่างไรก็อย่างน้อยก็จะได้เข้าใจว่าตำรวจเราเนี่ยไม่ได้มีการที่จะมาเกลี้ยกล่อมอะไร ไม่มี มีแต่ซ้ำอย่างเดียวถ้าผิดจริงนะ ก็ขอให้น้องสบายใจ แล้วก็เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกับตำรวจดี ๆ ที่ตั้งใจทำงานอีกหลาย ๆ ท่าน อย่างน้อยเราก็จะได้มีแรงสู้

“ส่วนคนไม่ดีมันมีทุกหน่วย เราก็เอาให้หนักให้ออกจากสังคมไป ถ้าไม่ดีนะครับ”

เมื่อถามว่าเรื่องการดำเนินการวินัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ระบุว่า อยู่ที่อัตราโทษ เรื่องวินัยขั้นสูงสุด มีให้ออก แล้วแต่เรื่องราวไป ถึงอย่างไรก็ดี สมมุติว่าอาจจะอัตราโทษมันไม่ได้ร้ายแรง แต่มันทำความเสื่อมเสียก็เป็นไปได้เหมือนกัน มันอยู่ที่กระบวนการของคณะกรรมการที่จะต้องตั้งกรรมการผู้กระทำความผิดนะครับ ซึ่งตรงเนี้ยต้องใช้เวลา นะมันจะไม่ได้รวดเร็วนะครับ

...


เมื่อถามว่าได้มีการให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างไรบ้าง รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ระบุว่า ผบช.ภ.7 ท่านผู้บังคับการ ท่านรองผู้บังคับการทุกท่านก็มีความเป็นกังวล จึงมอบหมายให้ผมเนี่ยรองผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี ลงมาพบผู้เสียหาย สอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ทั่วไปก่อน ว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็นอย่างไร ก็ได้ทราบข้อเท็จจริงและก็จึงได้ทำการอธิบายให้ทางผู้เสียหายแล้วก็ทางญาติๆ ทุกท่านเนี่ยเข้าใจว่า โอเคเดี๋ยวการดำเนินการขั้นตอนต่อไปเนี่ยเป็นอย่างไร ซึ่งในเบื้องต้นเนี่ยทางผู้เสียหายเนี่ยเข้าใจแล้วก็ค่อนข้างสบายใจว่าตำรวจเราเนี่ยทำเต็มที่แน่นอน กระบวนการในการสอบสวนแจ้งข้อหาแล้วก็ว่าไปตามขั้นตอนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ

เมื่อถามว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผู้ชายคนก่อเหตุเป็นตำรวจจริงหรือไม่ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เผยว่า ก็ตามที่ปรากฏในสื่อนะครับ ก็มีความมีส่วนคล้ายกับตำรวจที่เป็นข่าวอยู่ แต่ต้องตรวจสอบก่อนนะครับ แต่เดี๋ยวก็จะมีกระบวนการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้เสียหายได้ชี้ยืนยัน อันนี้อันนี้เป็นไปโดยกระบวนการ แต่ก็อย่างที่ปรากฏในสื่อประมาณนั้นครับ

เมื่อถามว่า จากที่ได้รับรายงานมีข้อมูลว่าชายคนก่อเหตุ เป็นตำรวจจราจรอยู่ของพื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี ตรงนี้ได้เช็คไปทางผู้กำกับหรือว่าทางผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดหรือยัง รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เผยว่า เบื้องต้นจากการสืบสวนนะครับ ก็ปรากฏข้อเท็จจริงบางส่วน และก็อยู่ทางทางท่านผู้บังคับบัญชาก็มอบหมายให้ทางท่านผู้กำกับ สภ.เมืองฯ ตรวจสอบ โดยการที่เรียกคนที่เข้าข่ายมาพบ แล้วก็ให้รายงานชี้แจงในเบื้องต้นก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ก็แต่เดี๋ยวจะมีการดำเนินการต่อไปเป็นขั้นๆ ว่าเป็นอย่างไรเป็นใคร ประกอบกับเมื่อทาง สภ.ลาดหญ้า ที่เป็นท้องที่เกิดเหตุเนี่ย ได้มีการสอบสวนส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วเนี่ย ก็จะต้องแจ้งไปตามขั้นตอน แต่เร็วกว่าปกติเพราะว่าเป็นกระบวนการภายในซึ่งน่าจะรวดเร็วครับ

เมื่อถามว่า จะเจาะลึกไปถึงพฤติกรรมก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะว่าในโซเชียลมีเดียมีการออกมาแฉ หลายๆ ร้านอาหารมีการแจ้งเข้ามาหลังไมค์ถึงพฤติกรรมเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เผยว่า ก็ในส่วนของวินัย ก็ต้องสืบสวนต่อไปก่อน ว่าก่อนหน้าเนี้ยมีจริงไหม ถ้าเป็นบุคคลที่เราสงสัย ก็ต้องเอาค้นประวัติมาดู ว่าก่อนหน้าเนี้ยมีไหม เคยโดนเรื่องอะไรไหม แล้วเรื่องเนี่ยดำเนินการไปถึงขั้นไหนอย่างไร แต่ให้ยืนยันว่า เมื่อปรากฏเหตุแบบเนี้ย ก็เต็มร้อย อะไรมาก็อัดเต็มหมดนะครับ คนที่ดีก็ต้องมีกำลังใจ คนที่ไม่ดีก็ต้องมีโทษ ยิ่งเป็นข้าราชการตำรวจทำความผิด ยิ่งต้องมีโทษ

เมื่อถามว่าหากกรณีความผิดปรากฏชัดจะถึงขั้นสั่งพักราชการไว้ก่อนหรือไม่ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เผยว่า ถ้ามีความผิด โทษตามวินัยตำรวจ ตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ มีเรื่องวินัย ก็จะกำหนดบทโทษลงมา แต่อย่างไรก็ดีเนี่ยก็จะเป็นผู้บังคับบัญชาพิจารณาอีกทีหนึ่ง ว่าจะสั่งการอย่างไรตามแต่อำนาจจะพิจารณา แต่ยืนยันว่าถ้าผิดมีโทษแน่.