หมวดตี๋ ร.ต.ท.ประยูร เข้ามอบตัวหลังถูกซัดทอดร่วมแก๊งตำรวจอุ้มรีดชาวจีน 5 ราย โดนแจ้งข้อหาหนัก ขณะที่ โฆษก ตร. เผยอยู่ระหว่างเร่งสอบเข้าข่าย “อุ้มหาย” หรือไม่ พร้อมยืนยันไม่ปกป้องคนผิด ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดตามพยานหลักฐาน ท่ามกลางกระแสข่าว อาจเป็น “เด็กผู้ใหญ่” หรือมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่คอยให้การช่วยเหลือ
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุมตำรวจ 4 นาย และพลเรือน 1 นาย หลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับหลายหน่วยเข้าช่วยเหลือชาวจีน 5 คน ที่ถูกกักตัวภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 2 รายงานความคืบหน้ามายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมนายตำรวจสัญญาบัตรอีก 1 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้าราชการตำรวจหลายหน่วยงาน จึงต้องรายงานเข้าสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีนโยบายชัดเจนว่า หากตำรวจปฏิบัติหน้าที่ดีก็พร้อมยกย่องชมเชย แต่หากพบว่ากระทำผิด จะไม่มีการปกป้องอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจระดับใดก็ตาม หากมีพยานหลักฐานเข้าข่ายความผิด ทั้งทางอาญา ทางวินัย หรือผิดระเบียบราชการ ก็จะดำเนินการอย่างถึงที่สุด
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ตำรวจ 4 นายแรกที่ถูกจับกุม มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส และป้องกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ขณะเดียวกัน ตำรวจภูธรภาค 2 ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม โดยหากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ พลเรือน หรือผู้มีอิทธิพล ก็จะดำเนินคดีทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ด้าน พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 บอกว่า สำหรับนายตำรวจสัญญาบัตรที่ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติม มีรายงานชื่อจริงว่า “ประยูร” เบื้องต้นจากการสอบสวนพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเข้าไปยังสถานที่ที่ใช้กักตัวชาวจีนทั้ง 5 คน แต่รายละเอียดว่ามีบทบาทในลักษณะใด เป็นผู้สั่งการ ผู้ร่วมปฏิบัติ หรือทำหน้าที่ใดในขบวนการ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการแจ้งข้อหาในฐานะร่วมกระทำความผิดไปแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า คดีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ “อุ้มหาย” หรือไม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ ว่ามีเจตนาจับกุมบุคคลตามกฎหมาย หรือมีเจตนาเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพฤติการณ์เข้าข่ายตามกฎหมายดังกล่าว ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวถึงพฤติกรรมของขบวนการว่า จากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีลักษณะทำงานกันเป็นเครือข่าย และอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการส่งสัญญาณและประสานข้อมูลกันเป็นขั้นตอน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน โทรศัพท์ การติดต่อสื่อสาร รวมถึงผลประโยชน์ที่แต่ละคนได้รับ เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบยานพาหนะและสถานที่ต่างๆ ที่อาจใช้ในการก่อเหตุ เพราะเชื่อว่าอาจไม่ได้เป็นการกระทำเพียงครั้งเดียว แต่มีลักษณะเป็นขบวนการที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า ผู้ต้องหาบางส่วนอาจเป็น “เด็กผู้ใหญ่” หรือมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่คอยให้การช่วยเหลือนั้น พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการปกป้องคนผิด เพราะคดีนี้เกิดจากการทำงานของตำรวจระดับปฏิบัติการในพื้นที่เอง ไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจจากส่วนกลาง โดยตำรวจที่เป็นกำลังหลักในการเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายและจับกุมผู้กระทำผิด คือสารวัตรสืบสวน สภ.วังสมบูรณ์ และสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ซึ่งหลังได้รับข้อมูลก็เร่งเข้าตรวจสอบทันที แม้ผู้ต้องหาจะเป็นข้าราชการตำรวจด้วยกันก็ตาม
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดำเนินการกับตำรวจที่กระทำผิด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และหากผลการขยายผลพบว่า มีการนำเงินหรือผลประโยชน์ไปมอบให้บุคคลใด รวมถึงมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็จะดำเนินคดีตามพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกัน ที่ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วานนี้ (20 พ.ค.69) หมวดตี๋ หรือ ร.ต.ท.ประยูร สังกัด สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.วังสมบูรณ์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง โดยมี พ.ต.อ.วิสาขะ เพ็ชรเกษม ผกก.สภ.วังสมบูรณ์ พร้อมด้วย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.วังสมบูรณ์ ร่วมรับตัวและสอบปากคำ
...
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักหลายข้อหา ประกอบด้วย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้มอบทรัพย์สิน, และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหา ต่อมา ร.ต.ท.ประยูร ได้ถูกปล่อยตัวชั่วคราว หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และพร้อมจะมีการเข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมหากมีการเรียกเข้าสอบสวน
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เนื่องจากคดีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายรายเข้าไปเกี่ยวข้อง และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ชายแดน