“บิ๊กต่าย” ประกาศเตรียมเปิดปฏิบัติการปราบ “นอมินี” อีกรอบ ระบุมีฐานข้อมูลหมด ขออุบไว้ก่อน ลั่นรับไม่ได้มาถือครองแผ่นดินไทย ฮึ่มใช้ยาแรงปราบเห็บหมัดในองค์กร
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 21 พ.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปราบปรามนอมินีว่า ได้รายงานนายกรัฐมนตรีให้ทราบตลอด โดยได้มอบนโยบายและแนวทางให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เพราะเรามีข้อมูลมาตั้งแต่เดือน ม.ค.69 แล้ว เก็บเป็นฐานข้อมูลมา เราได้คุยกันและรายงานกันมาตลอด จนมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งตนขอบอกว่า แผ่นดินไทยของเราจะให้คนอื่นมาถือครองได้อย่างไร ถ้าถือครองโดยความชอบธรรมและถูกกฎหมาย เราเป็นเจ้าพนักงานที่ต้องบังคับใช้กฎหมายคงต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่กรณีที่คนต่างด้าวเข้ามา หลบหนีเข้ามาทำงาน หรือแม้กระทั่งการใช้เทคนิคหลบหลีกกฎหมาย แล้วมาถือครองธุรกิจ หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ดินต่างๆ แนวคิดของตนที่บอกไปทางผู้บริหารของ ตร. ได้ยืนยันไปว่า ตนรับไม่ได้ ดังนั้น เราปล่อยเฉยไปในอนาคตจะยิ่งขยายโตขึ้นแล้วเราจะยิ่งทำงานลำบาก ดังนั้น ไม่ว่าจะทำอะไร เราควรจะเริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่ใช่จะรอจนตนเกษียณไปแล้วค่อยเริ่ม อย่างนี้ไม่ได้ ต้องเริ่มเลย และเมื่อเริ่มแล้วเราต้องมีข้อมูลก่อน พอมีข้อมูลก็เริ่มปฏิบัติการ อย่างที่เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดเผยว่า อีกไม่นานจะมีปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดอยู่ในฐานข้อมูลที่เรามี อย่างครั้งที่แล้วออกหมายจับไป 3 ราย จับมาได้ 2 ราย หลบหนีไป 1 ราย ซึ่ง 2 รายที่จับมาเราพบความผิดปกติในเรื่องการจดทะเบียนบริษัทและได้เก็บข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เอกสาร บัญชีการเงิน จากนั้นได้นำมาสู่การรวบรวมและพิสูจน์ทราบเพื่อขยายผล ยืนยันว่า จะเปิดปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง ในหลายพื้นที่ แต่ขออุบไว้ก่อน
...
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของเส้นทางการเงินจะสามารถขยายผลได้ถึงระดับไหน ผบ.ตร. กล่าวว่า หลายราย ซึ่งมันจะอยู่ในเร็วๆ นี้ที่เราจะปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง ถือเป็นข้อมูลที่เรามีอยู่แล้ว โดยชุดปฏิบัติการที่ พล.ต.อ.สำราญดำเนินการ ตนเป็นคนออกคำสั่งเองให้ พล.ต.อ.สำราญเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงมิติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะการขยายผลจะเป็นเรื่องของการประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย หรือการทำธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงนอมินีทั้งหมด ซึ่งนโยบายของนายกฯในเรื่องนี้ให้ปราบปรามอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว แม้กระทั่งการทำเวิร์กชอปวันนี้ก็มีประเด็นในเรื่องนี้ด้วย ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่จะนำไปสู่ความเคยชิน ความละเลย และปล่อยจนเป็นเหมือนมะเร็งตนขอบอกว่า เราจะตัดไฟแต่ต้นลม ดำเนินการ จะทำให้คนที่คิดจะทำผิดไม่กล้า และท้ายสุดจะลดลงไป เวลาเริ่มควรจะเริ่มเลย แต่เวลาสำเร็จอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร
ฮึ่ม! ใช้ยาแรงปราบเห็บหมัดในองค์กร
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแก๊งต่างด้าวชาวจีน 5 คน ออกมาเปิดเผยว่า ผู้กองตี๋ มาส่งเสบียงอาหารให้ตลอด แต่มีการรายงานไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ว่ามีหลักฐานเอาผิดไม่เพียงพอว่า เรื่องนี้เดี๋ยวจะให้รายงานมาที่ ตร. ซึ่ง ตร.อาจจะต้องพิจารณาดำเนินการเอง เบื้องต้นตนได้รับรายงานว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ก็รายงานมา ตนคิดว่า เราแสดงความจริงใจในการทำงาน ตนได้รู้จากผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มาก่อนที่จะเกิดข่าวนี้แล้วว่า จะมีเรื่องนี้ ตนก็บอกว่า จะไม่ปล่อยไว้เลยแม้แต่รายเดียว อะไรที่เป็นเห็บหมัดในองค์กรเราต้องดำเนินการ ใช้ยาแรง และเข้าจับกุมทันที ซึ่งทีมสืบสวนของ ตม. และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ก็ดำเนินการตามคำสั่งของตนที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เอาให้หมด ในเรื่องของการดำเนินคดี ทั้งวินัยและอาญา จึงเป็นที่มาของการเข้าจับกุม ในพื้นที่เองเขาไม่ได้ปล่อยปละละเลย สิ่งที่คนกระทำผิดจะไม่ให้ใครรู้ว่า มีการกักขังหน่วงเหนี่ยว
ผบ.ตร. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เราเห็นจากเหตุการณ์ เรามีความเชื่อได้ว่า มีการกระทำผิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการในเรื่องของการดำเนินคดีทางอาญาและวินัย เบื้องต้นตนบอกว่า ในพฤติการณ์ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ถ้ามันเข้ากัน ก็ต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อนเลย เราจะไม่เอาตำรวจเหล่านี้ไว้ เพราะมีการเกี่ยวข้องระหว่างหลายหน่วยงาน ที่เป็นตำรวจสังกัดต่างๆ ดังนั้น ตนให้รายงานมา และทาง ตร. จะต้องมาดำเนินการเอง ส่วนจะผิดจะถูก หลักฐานจะแน่นหนาอย่างไร ขอยืนยันว่า เรื่องนี้ตนให้นโยบายกับทุกคดีว่า ไม่มีการช่วยเหลือ และดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างจริงจัง