พ.ต.อ.อัมรินทร์ อยู่เย็น ผกก.สภ.กุดจับ สั่งสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปม “รอง สวป.” เมาจยย.เสียหลักลงข้างทาง กลับชักปืนลั่นไกใส่กู้ภัยเข้าไปช่วย แต่กระสุนด้าน ขณะที่ ท่านรองอ้างเป็นการเข้าใจผิด จำผิดคน และตกใจนึกว่าจะมีใครมาทำร้าย จึงชักปืนขึ้นมาขู่ พร้อมยืนยันไม่ได้เมา แต่อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยารักษาโรคประจำตัว

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กในชื่อ จิระวัฒน์ พันรังษี ได้โพสต์ข้อความว่า “ผมทำงานจิตอาสามาจนครึ่งชีวิต แล้วช่วยคนมานับไม่ถ้วน ปฏิบัติตามกฎระเบียบ เกือบมาจบชีวิตกับตำรวจขี้เมาถือปืนกร่างไปทั่ว มันใช่รึ” โดยมีคนมาแสดงความคิดเห็นถึงพฤติกรรมตำรวจท่านนี้กันเป็นจำนวนมาก และเป็นตำรวจในสังกัด สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี ส่วนคนโพสต์และเป็นผู้ประสบเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และเป็นหัวหน้าชุด รถหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย เทศบาลตำบลปะโค อ.กุดจับ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ถนนระหว่างบ้านโนนสูง-บ้านหนองสร้างไพร ก่อนถึงสะพานข้ามคลองชลประทาน ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี

...




ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สำนักงานเทศบาลตำบลปะโค ม.10 บ้านโนนสูง ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบกับนายจิระวัฒน์ พันรังษี หรือโก้ อายุ 41 ปี หัวหน้าชุด รถหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย เทศบาลตำบลปะโค อ.กุดจับ กำลังจับกลุ่มพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา บริเวณที่จอดรถกู้ชีพ ทต.ปะโค ก่อนนำผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจาก สำนักงานเทศบาลตำบลปะโค (ทต.ปะโค) ประมาณ 1 กิโลเมตร จุดที่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ของตำรวจ สภ.กุดจับ ที่ล้มลงข้างทาง พบร่องรอยรถล้ม ซึ่งนายจิระวัฒน์ฯ ได้ชี้จุดและบรรยายเหตุการณ์ให้ฟัง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ไปแจ้งความ ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชา หรือผู้บริหาร ทต.ปะโค ประชุมสรุปเรื่องราวเหตุการณ์ ก่อนจะให้นิติกรของเทศบาลฯ พาผู้เสียหาย หรือผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าจะดำเนินการเอาผิดทางคดีอาญาหรือไม่

นายจิระวัฒน์ฯ เล่าว่า เมื่อวานที่ผ่านมา เวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า มีพลเมืองดีเข้ามาหาที่ศูนย์กู้ชีพฯ และแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์ลงข้างทาง ผมและเจ้าหน้าที่จำนวน 5 นาย พร้อมรถกู้ชีพและรถกู้ภัย ไปที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนหน้าเทศบาลฯ ห่างไปประมาณ 1 กิโลเมตร พอไปถึงก็ให้เจ้าหน้าที่ไปเช็กอาการว่า บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า และผมได้ไปสะกิดผู้บาดเจ็บให้ตื่น ว่าเจ็บที่แขนที่ตรงไหนหรือไม่ ซึ่งตอนนั้นโทรศัพท์มือถือแกตกอยู่ข้างๆ พร้อมกับอาวุธปืนก็ตกอยู่บริเวณเดียวกัน ที่หลุดออกมาจากบริเวณเอวขณะรถล้ม




แล้วผู้บาดเจ็บก็ลุกขึ้นมาโวยวายว่า “รู้จักผมไหม” ผมก็บอกว่า “รู้จัก” เพราะเป็นญาติกัน มีศักดิ์เป็นลุงของตนด้วย จากนั้นเขาได้ต่อยมาที่ใบหน้าผม ซึ่งโดนเฉียดเฉียด จากนั้นแกก็หาของ ซึ่งผมได้ถามว่าหาอะไร พอแกเจอปืน แกก็ชักออกจากซองปืน แล้วก็ขึ้นลำ ชูปืนขึ้นฟ้าและหันมาทางตนและเจ้าหน้าที่ที่มาด้วยกัน จากนั้นแกก็ลั่นไก เสียงดังแชะ โชคดีกระสุนด้าน แล้วแกก็ได้ชักปืนออกมาครั้งที่สอง ตนจึงได้กระโดดข้ามตัวแกไป ทั้งตนและลูกน้อง รวมทั้งพลเมืองดี ต่างพากันแตกกระเจิง วิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง

...


ส่วนตนได้วิ่งขึ้นรถ แล้วขับออกไปประมาณ 400 เมตร เพื่อรับทีมงานขึ้นรถไปตั้งหลัก แล้วโทรหาร้อยเวร พร้อมกับบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ให้มาช่วยดูลูกน้องท่านหน่อย ลูกน้องท่านเมามาก ขึ้นลำปืนจะยิงพวกผม ทั้งๆ ที่พวกผมมาช่วย และบอกจุดเกิดเหตุว่าอยู่บริเวณบ้านโนนสูง-หนองสร้างไพร บริเวณทางเข้าวัดป่าหนองสร้างไพร ร้อยเวรจึงได้ส่งตำรวจสายตรวจ เข้ามาในที่เกิดเหตุ พอมาถึงตำรวจได้เข้ายึดอาวุธปืน และได้สอบถามเบื้องต้น ซึ่งตำรวจที่มาได้บอกว่า เป็นการเข้าใจผิด และจำผิดคน

“ผมเกิดมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ปกติมีแต่คำขอบคุณ แต่มาเจอแบบนี้รู้สึกว่าตกใจกลัวมาก สภาพเบื้องต้นที่ผมเห็นแกเมามาก แกเป็นคนในพื้นที่หมู่บ้านเดียวกับผม และเป็นญาติกับผมด้วย ที่ผ่านมาแกชอบยิงปืนขึ้นฟ้ามั่ง ยิงปืนขู่มั่ง แต่ไม่รู้ว่ายิงขู่ใคร

เมื่อเช้านี้แกได้แวะมาหาผมที่สำนักงาน เหมือนกับจะมาขอโทษ แต่ผมไม่ว่างคุยด้วย ซึ่งตอนนั้นตนจะไปคุยกับเจ้านาย หรือผู้บังคับบัญชา ก็เลยยังไม่ได้คุยกัน ส่วนผมมาบรรจุอยู่ที่นี่ได้ 4-5 ปีแล้ว เป็นหัวหน้าชุดหน่วยรถกู้ชีพ-กู้ภัย เทศบาลตำบลปะโค ส่วนสาเหตุที่ปืนขัดลำกล้อง หรือยิงไม่ออก ตนเชื่อว่าเป็นพุทธคุณเหรียญหลวงปู่สรวง และเหรียญหลวงพ่อเจริญที่ผมเอาติดตัวไว้ตลอด ทำให้ผมรอดพ้นจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้”

...




ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักในพื้นที่ บ.โคกสว่าง ม.6 ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ ร.ต.ต.อำนวย ต้นไทร อายุ 54 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.กุดจับ ปฏิบัติหน้าที่ หน.สิบเวร ห้องควบคุมผู้ต้องหา สภ.กุดจับ กำลังเดินออกไปทำธุระข้างนอกกับเพื่อน ด้วยท่าทางเดินเหินไม่สะดวก จากอาการป่วยด้วยโรคประจำตัว โรคเบาหวาน โรคเกาต์ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลว่า

“ผมไม่ได้ตั้งใจ หลังจากรถเสียหลักล้มลงข้างทาง ตกใจนึกว่าจะมีใครมาตีมาฆ่า มาปล้นทรัพย์ เลยได้ชักปืนขึ้นมาขู่ ไม่ได้สังเกตว่ารถที่มาจอด เป็นรถอะไร หรือมีไฟอะไร เป็นการเข้าใจผิด ส่วนผมมีศักดิ์เป็นลุงของโก้ ซึ่งเป็นหน่วยกู้ภัยฯ และไม่คิดว่าจะเป็นหลานตัวเอง เพราะตอนนั้นผมยังมึนหัว และตาลายจากอุบัติเหตุบาดเจ็บที่ศีรษะ และชายโครงด้านซ้าย อยากจะฝากขอโทษหลานชาย เพราะไม่ได้ตั้งใจ แล้วจะได้หาโอกาสไปขอโทษด้วยตนเอง เนื่องจากตนมีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นโรคเกาต์ และเบาหวาน ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ดื่มสุรามา อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ตนเองกินรักษาโรคประจำตัว”

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.กุดจับ พบกับ พ.ต.อ.อัมรินทร์ อยู่เย็น ผกก.สภ.กุดจับ เพื่อสอบถามในการดำเนินการทางวินัยกับ ร.ต.ต.อำนวย ต้นไทร ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา โดย พ.ต.อ.อัมรินทร์ อยู่เย็น ผกก.สภ.กุดจับ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว ว่ามีเหตุเกิดขึ้นจริง ในส่วนของสถานีตำรวจ ต้องมาตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ฝ่ายตำรวจได้กระทำอะไรไปบ้าง ถ้าผิดวินัยตรงไหน เราก็ต้องดำเนินตามขั้นตอน และในส่วนไหนที่ผิดทางอาญา อาจจะต้องดำเนินคดีไปตามข้อมูลที่ได้รับมา ตอนนี้ทางผู้เสียหายยังไม่ได้มาแจ้งความ ถ้ามาแจ้งความ เราก็จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้เสียหายและทางตำรวจคู่กรณี

“ไม่ว่าทางตำรวจที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เราก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย ถ้าผลสอบสวนว่าผิดจริง ส่วนเรื่องของอาวุธปืน ถ้าหากเป็นปืนหลวงเราก็คงต้อง สั่งเก็บ ไม่ให้เบิกไปใช้อีก ส่วนตำแหน่งงานที่เขาทำตอนนี้คือ เป็นเจ้าหน้าที่ หน.สิบเวร ห้องควบคุม ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ด้วยความสัตย์จริง”

...