ผัวเปิดปาก ยันผู้ตายไม่ใช่เมียน้อย แต่เป็นแฟนคนปัจจุบันที่คบหากันมา 1 ปี รับหึงหนักหลังเห็นภาพบาดตาควงเพื่อนวิน จยย. เข้าโรงแรม ก่อนกลับมามีปากเสียงกัน และบันดาลโทสะลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต
ความคืบหน้ากรณี นายวินัย อายุ 42 ปี ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.จอย อายุ 44 ปี เสียชีวิต ก่อนขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส ทะเบียนกรุงเทพมหานคร นำร่างผู้เสียชีวิตมาจอดบริเวณหน้า สภ.บางบัวทอง เพื่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น
ล่าสุด ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายวินัย ไปชี้จุดเกิดเหตุภายในแมนชั่นแห่งหนึ่ง ก่อนพากลับมายัง สภ.บางบัวทอง ทีมข่าวได้พยายามสอบถามถึงชนวนเหตุที่เกิดขึ้น โดยนายวินัย เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตไม่ใช่ภรรยาน้อย แต่เป็นภรรยาที่คบหาอยู่ในปัจจุบัน และใช้ชีวิตร่วมกันมานานประมาณ 1 ปี
ส่วนหญิงสาวที่โทรแจ้งตำรวจและประสานกู้ภัยนั้น เป็นอดีตภรรยาที่เลิกรากันไปแล้ว โดยหลังเกิดเหตุ ตนได้โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากอดีตภรรยา
นายวินัย อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุจับได้ว่าผู้เสียชีวิตมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเพื่อนที่ขับวินจักรยานยนต์ และเห็นกับตาว่าทั้งคู่เดินทางเข้าโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง ทำให้รู้สึกเสียใจและโกรธอย่างมาก
...
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก จึงพยายามสอบถามฝ่ายหญิง แต่ผู้เสียชีวิตปฏิเสธ ทำให้เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่ตนจะบันดาลโทสะ ลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยยืนยันว่าไม่ได้ใช้อาวุธ และไม่ได้ตั้งใจทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต
นายวินัย ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเกิดจากความรักและความหึงหวง พร้อมขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนตัดสินใจขับรถนำร่างผู้เสียชีวิตเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง
ด้าน พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยภายหลังสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองว่า นายวินัยให้การรับสารภาพ โดยระบุว่า คดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อน เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวด้วยตนเอง
เบื้องต้น นายวินัยให้การว่า คบหากับ น.ส.จอย มาประมาณ 1 ปี ก่อนจะมาจับได้ว่าแฟนสาวมีความสัมพันธ์กับชายอื่น ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่ตนเองรู้จัก โดยนายวินัยเคยตามทั้งคู่ไปพบที่โรงแรมม่านรูด และเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนด้วยตาตัวเอง
หลังจากจับได้ ทั้งนายวินัย และ น.ส.จอย ได้กลับมานั่งกินข้าวด้วยกันตามปกติ ซึ่งในตอนแรก นายวินัยคิดว่าจะให้อภัยกันได้ แต่เมื่อมีการดื่มสุรา และเดินทางกลับไปยังห้องพัก ทั้งสองได้พูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง จนเกิดการปะทะคารมกัน
ระหว่างนั้น น.ส.จอย ได้พูดแซวในลักษณะว่า นายวินัยเองก็ยังไม่ตัดขาดจากอดีตภรรยา ทำให้นายวินัยเกิดอารมณ์โกรธและบันดาลโทสะ ก่อนจะพลั้งมือทำร้ายร่างกาย น.ส.จอย ตั้งแต่คืนวันอังคารที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา
หลังจากเกิดเหตุ นายวินัยอ้างว่า ทั้งสองยังคงพักผ่อนอยู่ภายในห้องตามปกติ จากนั้นในช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม นายวินัยได้ออกไปขับรถรับจ้างตามปกติ ก่อนจะกลับเข้ามาที่ห้องพักอีกครั้งในเวลาประมาณ 12.00 น. และพบว่า น.ส.จอย เสียชีวิตแล้ว จึงได้อุ้มร่างของ น.ส.จอย ขึ้นรถเก๋งคันที่ใช้ขับมามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง ก่อนจะขับรถวนไปเรื่อย ๆ ทั้งคืนเนื่องจากอยู่ในอาการตกใจ
ต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. วันนี้ หลังตั้งสติได้ นายวินัยได้โทรศัพท์หาอดีตภรรยา พร้อมสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.จอย ซึ่งอดีตภรรยาได้แนะนำให้เข้ามอบตัวกับตำรวจที่ สภ.บางบัวทอง
ส่วนพฤติการณ์การทำร้ายร่างกายนั้น นายวินัยรับสารภาพว่า ได้ใช้ฝ่ามือตบใบหน้า น.ส.จอย ประมาณ 3-4 ครั้ง และใช้เท้าถีบ โดยยืนยันว่าไม่ได้ใช้อาวุธแต่อย่างใด เนื่องจากตัวผู้ก่อเหตุมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ จึงทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า การที่ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวด้วยตนเอง จะเป็นเหตุบรรเทาโทษหรือไม่ ทางด้าน พ.ต.อ.โชคชัย ระบุว่า ยังต้องพิจารณาจากพยานแวดล้อมและข้อเท็จจริงโดยละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกพยานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นอดีตภรรยาของผู้ก่อเหตุ ญาติของผู้เสียชีวิต รวมถึง “นายกบ” เพื่อนวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีความสัมพันธ์กับ น.ส.จอย
ขณะเดียวกัน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติคดีมาก่อน แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นคดีอะไร เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา และเป็นข้อมูลที่อยู่ในสำนวนคดี ส่วนประเด็นเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
และในช่วงบ่ายของวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายวินัยไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป